วิธีการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุ
เนื้อหาหลัก

วิธีการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุอย่างปลอดภัย สำหรับครอบครัวและผู้ดูแล – NTK GoodHealth

การดูแลผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ ญาติผู้ใหญ่ หรือผู้ป่วยที่ต้องดูแลระยะยาว สิ่งที่ทุกคนมักกังวลมากที่สุดคือ “จะเคลื่อนย้ายท่านอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ล้ม ไม่เจ็บ ไม่กระทบต่อโรคที่เป็นอยู่” ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุที่ผิดวิธีอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีก กระดูกหัก หรือแม้แต่การหกล้มที่ส่งผลรุนแรงในผู้สุงวัย

ในขณะเดียวกัน ผู้ดูแลเองก็มีความเสี่ยง “ปวดหลัง–กล้ามเนื้ออักเสบ” หากใช้ท่าเคลื่อนย้ายที่ไม่ถูกหลัก ซึ่งจากประสบการณ์ผู้ดูแลจำนวนมาก มักเกิดปัญหานี้โดยไม่รู้ตัว

ทำไมการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุถึงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ?

ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บมากกว่าคนทั่วไป เพราะ

  • กระดูกเปราะและบางลง (ภาวะกระดูกพรุน)

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำให้ทรงตัวได้ไม่ดี

  • มีโรคประจำตัว เช่น ข้อเข่าเสื่อม หลังผ่าตัด หลอดเลือดสมอง

  • การทรงตัวไม่ดี ทำให้ล้มง่ายขึ้น

  • เมื่อล้มแล้ว ฟื้นยาก เสี่ยงผ่าตัดสูง

การเรียนรู้ วิธีเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกสบายใจ แต่ยังเป็นการป้องกันการบาดเจ็บทั้งผู้ดูแลและผู้สูงวัยเองด้วย

หลักพื้นฐานในการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุอย่างปลอดภัย

ก่อนจะลงมือยกหรือพยุงผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการพลิกตัว ลุกนั่ง หรือเคลื่อนจากเตียงไปรถเข็น คุณควรเริ่มจากหลักพื้นฐานสำคัญ 5 ข้อนี้

“ลุกนะครับ/ค่ะ — เดี๋ยวเราจะช่วยพยุงนะครับ/นะคะ”

การบอกล่วงหน้าช่วยให้ผู้สูงวัยไม่ตกใจ ไม่เกร็งตัว ซึ่งช่วยลดการบาดเจ็บได้ดีมาก

 

เป็นหลักสำคัญของผู้ดูแลมืออาชีพ

  • งอเข่า

  • หลังตรง

  • ดันขึ้นด้วยต้นขา

ช่วยลดโอกาส “ปวดหลัง” ของผู้ดูแลมากที่สุด

เพื่อให้ควบคุมการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น

ควรชิดตัวผู้ป่วยเพื่อประคองทิศทาง ไม่ยืนไกลหรือหย่อนแขนมากเกินไป

  • ล็อกล้อรถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

  • เก็บพรมหรือสิ่งกีดขวาง

  • เปิดไฟให้สว่าง

  • ตรวจพื้นไม่ลื่น

หลายครั้งอุบัติเหตุเกิดจาก “พื้นที่ไม่พร้อม” มากกว่าเทคนิคการยก

เพราะอาจทำให้

  • ไหล่เคลื่อน

  • เอ็นฉีก

  • เกิดอาการเจ็บเรื้อรัง

ควรประคองบริเวณ “ลำตัว” และ “สะโพก” เป็นหลัก

จุดประสงค์ของการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างปลอดภัย

เพราะกระดูกเปราะ เจ็บง่าย บางท่านแค่พลิกตัวผิดท่าก็เจ็บนานหลายวัน

ท่ายกผิด คือเหตุผลอันดับ 1 ของอาการ “ปวดหลัง–กล้ามเนื้ออักเสบ”

ช่วยให้ผู้สูงวัยยังคงใช้งานกล้ามเนื้อเท่าที่ทำได้

โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง การพลิกตัวอย่างน้อยทุก 2–3 ชั่วโมงเป็นสิ่งจำเป็นมาก

การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมีกี่วิธี ?

โดยทั่วไปสามารถแบ่ง “6 วิธีหลัก” ที่ใช้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน

ตัวอย่างวิธีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ใช้ในบ้านจริง

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ต่อไปนี้คือ “ตัวอย่างวิธีเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่บ้านใช้บ่อยที่สุด”

  • ประคองหัวไหล่ด้วยมือหนึ่ง

  • ประคองหลังหรือสะโพกด้วยอีกมือ

  • พยุงลุกขึ้นช้า ๆ พร้อมบอกจังหวะ

  • หยุดพักบนขอบเตียง 30 วินาที

  • ตั้งรถเข็นมุม 45°

  • ล็อกล้อ

  • ยกที่เหยียบเท้าขึ้น

  • พยุงผู้สูงวัยขึ้นยืน

  • หมุนตัวช้า ๆ ให้ก้นสัมผัสเบาะ

  • ให้ผู้ป่วยวางเท้าลงบนที่เหยียบเท้าอย่างระมัดระวัง

  • เดินอยู่ด้านข้าง ไม่ใช่ด้านหน้า

  • ใช้สายรัดพยุงตัวถ้ามี

  • ให้ผู้ป่วยจับแขนผู้ดูแลแบบเบา ๆ

วิธี “พลิกตัวผู้สูงอายุ” อย่างถูกต้อง

การพลิกตัวเป็นท่าพื้นฐานที่สำคัญมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่นอนติดเตียงหรือลุกนั่งเองไม่ได้ การพลิกตัวช่วยป้องกันแผลกดทับ ลดอาการปวดเมื่อย และช่วยปรับระบบไหลเวียนโลหิต

  • ลดแรงกดทับบริเวณก้น สะโพก หลัง

  • ช่วยให้ผู้ป่วยสบายตัว ไม่ปวดเกร็ง

  • ลดความเสี่ยง “แผลกดทับ” ที่รักษายากและเจ็บนาน

  • อธิบายทิศทางให้ผู้สูงอายุทราบ เช่น “เดี๋ยวจะพลิกตัวไปทางซ้ายนะครับ/ค่ะ”

  • งอเข่าข้างหนึ่งของผู้สูงวัย เพื่อช่วยให้พลิกง่ายขึ้น

  • ใช้มือประคองหัวไหล่ และอีกมือประคองสะโพก

  • พลิกตัวผู้สูงวัยให้เป็น “ชิ้นเดียวกัน” ไม่บิดขาลำตัวสวนกัน

  • วางหมอนรองด้านหลัง เพื่อช่วยพยุงท่านอนตะแคง

  • ตรวจผิวบริเวณที่กดทับ เช่น สะโพก หลัง เข่า

  • ห้าม “ดึงแขน” ผู้สูงอายุขณะพลิกตัว เพราะเสี่ยงไหล่หลุด

  • พลิกช้า ๆ ไม่เร่ง ไม่ออกแรงกระชาก

ท่านี้ควรทำทุก 2–3 ชั่วโมง หากเป็นผู้ป่วยติดเตียง

วิธีเคลื่อนย้ายผู้ป่วย “แบบ 1 คนช่วย”

เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ยังพอช่วยประคองตัวได้บ้าง หรือผู้ดูแลมีความชำนาญพอสมควร เป็นเทคนิคที่พบมากที่สุดในบ้าน เพราะส่วนใหญ่ผู้ดูแลมีเพียง 1 คน

  1. ให้ผู้ป่วยตะแคงตัวไปด้านที่ต้องการ

  2. ประคองหัวไหล่ด้วยมือหนึ่ง

  3. ใช้อีกมือประคองสะโพกแล้วดันขึ้น

  4. พาให้ลุกขึ้นมานั่งบนขอบเตียง

  5. ให้เวลาพัก 20–30 วินาที เพื่อลดอาการหน้ามืด

Tip
ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ “หน้ามืดเมื่อลุกเร็ว” ดังนั้นควรให้ท่านนั่งพักก่อนทุกครั้ง

  1. นั่งชิดขอบเก้าอี้

  2. โน้มตัวผู้สูงอายุมาด้านหน้าเล็กน้อย

  3. ให้ผู้สูงอายุใช้มือยันต้นขาตัวเอง

  4. ผู้ดูแลจับบริเวณลำตัวหรือสะโพก ไม่จับแขน

  5. นับจังหวะ “1–2–3 ลุกครับ/ค่ะ”

  6. ดันขึ้นด้วยแรงขา ไม่ใช้แรงหลัง

เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ยังมีแรงขาบ้าง

  1. ตั้งรถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่มุม 45 องศา

  2. ล็อกล้อทั้งสองข้าง

  3. ยก “ที่เหยียบเท้า” ขึ้น เพื่อไม่ให้สะดุด

  4. ประคองผู้สูงวัยลุกขึ้นจากเตียง

  5. หมุนตัวช้าๆ ให้นั่งลงบนรถเข็น

  6. วางเท้าลงบนที่เหยียบเท้าอย่างระมัดระวัง

จุดพลาดที่พบมาก
ผู้ดูแลมักลืมยก “ที่เหยียบเท้า” ขึ้นก่อนเริ่ม ทำให้ผู้ป่วยสะดุดล้มบ่อยมาก

วิธีเคลื่อนย้ายผู้ป่วย “แบบ 2 คนช่วย”

เหมาะกับผู้ป่วยอ่อนแรงมาก ผู้สูงอายุหลังผ่าตัด ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก หรือผู้ที่กลัวการล้มมาก การทำงานเป็นทีมช่วยให้เคลื่อนย้ายปลอดภัยขึ้นมาก

  • คุมส่วนบน

  • ประคองหัวไหล่–หลัง

  • คอยบอกจังหวะและสั่งการ (Leader)

  • คุมสะโพก–ขา

  • ช่วยยกน้ำหนักตัวส่วนล่าง

  • ป้องกันขาเสียการทรงตัว

  • ผู้ช่วยคนที่ 1 พยุงหัว–ไหล่

  • ผู้ช่วยคนที่ 2 พยุงสะโพกและขา

  • นับพร้อมกัน “1–2–3”

  • ดันขึ้นพร้อมกันช้า ๆ

  • จัดท่านั่งให้มั่นคง

  1. ตั้งรถเข็นมุม 45 องศา

  2. ล็อกล้อ

  3. ยกที่เหยียบเท้าขึ้น

  4. ผู้ช่วยคนที่ 1 ประคองตัวผู้สูงอายุลุก

  5. ผู้ช่วยคนที่ 2 พยุงสะโพกและขา

  6. หมุนตัวพร้อมกันจังหวะเดียว

จุดสำคัญ

  • ห้ามยกสวนทางกัน

  • ต้องมีการ “นับจังหวะ” เสมอ

  • ใครคุมส่วนไหน ต้องรู้ให้ชัดเจนก่อนเริ่ม

อุปกรณ์ช่วยเคลื่อนย้ายที่บ้านใช้ได้จริง

  • ใช้ปรับระดับให้เหมาะกับความสูงของผู้ดูแล

  • ช่วยลดแรงก้มและปวดหลัง

  • มีราวกั้นเพื่อกันการตกเตียง

เหมาะกับ
ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงวัยหลังผ่าตัด

เป็นอุปกรณ์ยอดนิยมที่สุดในบ้าน

ข้อดี

  • เคลื่อนย้ายสะดวก
  • ปลอดภัยกว่าเดินเอง
  • ใช้ในห้องน้ำได้

ข้อควรระวัง

  • ต้องล็อกล้อทุกครั้ง
  • ยกที่เหยียบเท้าก่อนลุก-นั่ง

เหมาะกับ

  • ห้องน้ำแคบ

  • พื้นที่ในบ้านที่รถเข็นเข้าไม่ได้

ลดแรงเสียดทาน ช่วยให้เลื่อนตัวผู้สูงอายุได้ง่ายขึ้นมาก เหมาะสำหรับ “ผู้ป่วยตัวหนัก” หรือผู้สูงวัยที่ไม่สามารถช่วยพยุงได้เลย

ช่วยพยุงเวลาผู้ป่วยลุก–เดิน ไม่เสี่ยงดึงแขนหรือทำให้ไหล่หลุด

การเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุ “หลังผ่าตัด”

ผู้สูงอายุหลังผ่าตัด — โดยเฉพาะผ่าตัดสะโพก ข้อเข่า หรือหลัง — ต้องระวังมากเป็นพิเศษ เพราะการเคลื่อนผิดท่าอาจทำให้แผลฉีก ข้อต่อเคลื่อน หรือเส้นประสาทถูกกดทับ

ข้อห้ามสำคัญ

  • ห้ามไขว้ขา

  • ห้ามก้มตัวมากกว่า 90°

  • ห้ามบิดสะโพก

วิธีเคลื่อนย้ายที่ถูกต้อง

  1. ให้ผู้ป่วยใช้หมอนรองระหว่างขาทั้งสอง

  2. พลิกตัวทีละน้อยเป็น “ชิ้นเดียวกัน”

  3. ลุกขึ้นนั่งแบบใช้แขนดัน ไม่โน้มตัวมากเกินไป

  4. เมื่อลุกยืน ต้องมีผู้ดูแลประคองบริเวณลำตัว

ข้อควรระวัง

  • ห้ามบิดขา

  • ห้ามยืนลงน้ำหนักเร็วเกินไป

  • ผู้ดูแลควรจับที่สะโพก ไม่จับที่เข่า

ท่ายกที่เหมาะสม

  • ใช้ท่าพยุงลุกขึ้นนั่งแบบประคองลำตัว

  • ค่อยๆ ให้ผู้ป่วยเหยียดขาให้มั่นคงก่อนยืน

ต้องเน้น “Log Roll Method” (พลิกตัวเป็นท่อนเดียว) เพราะช่วยป้องกันกระดูกสันหลังบิดผิดแนว

ขั้นตอน log roll

  1. ประคองหัว–ไหล่

  2. อีกคนประคองสะโพก–ขา

  3. พลิกพร้อมกันโดยให้ลำตัวเป็นเส้นตรงเสมอ

การเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุที่ “อัมพาตครึ่งซีก” หรือโรคหลอดเลือดสมอง

ผู้ป่วย Stroke มักอ่อนแรงครึ่งซีก เดินไม่มั่นคง และมีความเสี่ยงล้มสูง

  • ยืนด้าน “ข้างที่อ่อนแรง” ของผู้ป่วย

  • ใช้สายรัดพยุงตัว (Gait Belt)

  • ให้ผู้ป่วยออกแรงเท่าที่ทำได้

  • ผู้ดูแลประคองลำตัวไม่ให้เอน

  1. ดึงรถเข็นมาชิดเตียง

  2. ล็อกเบรก

  3. ยกที่เหยียบเท้า

  4. ให้ผู้ป่วยใช้แขนข้างที่แข็งแรงช่วยดันตัว

  5. ผู้ดูแลช่วยยกด้านที่อ่อนแรง

  6. นั่งลงช้า ๆ

ข้อควรระวัง
อย่าดึงแขนอ่อนแรง เพราะอาจทำให้ไหล่หลุดได้ง่าย

การเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุที่ “ตัวหนักมาก” หรือผู้ดูแลมีแรงน้อย

เคสนี้พบมากในครอบครัว ปัญหาคือ “ยกไม่ขึ้น–เสี่ยงอุบัติเหตุ”

จึงต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเป็นหลัก เช่น

  • ผ้ารองเลื่อนตัว (Transfer Sheet)

  • แผ่นสไลด์ตัว (Slide Board)

  • เตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบปรับระดับ

  • ให้ผู้ป่วยงอเข่าเพื่อช่วยถ่ายน้ำหนัก

  • ใช้ผ้ายกช่วยดึงท่อนบนแทนการใช้มือเปล่า

  • ยกด้วยแรงขา

  • หากยกคนเดียวไม่ได้ ให้ใช้ “วิธี 2 คนช่วย”

ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อต้องเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุ และวิธีแก้

วิธีแก้

  • บอกขั้นตอนล่วงหน้า

  • สร้างความมั่นใจให้ผู้สูงอายุ

  • เคลื่อนช้า ๆ ให้ผู้ป่วยมีเวลาปรับตัว

วิธีแก้

  • ประคองใกล้ตัวแบบแนบลำตัว

  • ใช้สายรัดพยุง

  • ให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวทีละน้อย

  • ชักชวนอย่างอ่อนโยน ไม่บังคับ

สาเหตุหลัก

  • ก้มหลังยก

  • ยืนไกลเกินไป

  • ใช้แขนออกแรงมากไป

วิธีแก้

  • ใช้แรงขามากกว่าแรงหลัง

  • ดึงผู้ป่วยให้ชิดตัวก่อนยก

  • ใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น ผ้ายก / เตียงปรับระดับ

เพราะความดันตกหรือเลือดไหลกลับไม่ทัน

วิธีแก้

  • ให้ท่านั่งพักบนขอบเตียง 20–30 วินาที

  • ช่วยประคองศีรษะให้สูงขึ้น

  • เริ่มลุกในจังหวะช้า ๆ

อาจเกิดจากอ่อนแรงหรือกลัวล้ม

วิธีแก้

  • ยืนด้านข้างด้านอ่อนแรง

  • ใช้สายรัดพยุงตัว

  • ไม่พยุงที่รักแร้ (เสี่ยงเส้นประสาทถูกกดทับ)

เทคนิคสำคัญสำหรับผู้ดูแล เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ

ช่วยลดการก้มหลัง

  • ขาแยกเล็กน้อย

  • น้ำหนักลงขาให้สมดุล

  • หลังตรง ไม่ก้มงอ

ไม่แบกรับน้ำหนักทั้งหมด ให้ผู้สูงวัยออกแรงเล็กน้อย เช่น

  • ดันแขน

  • ถ่ายน้ำหนัก

  • ใช้ขาเหยียบพื้นค่อย ๆ ยืน

ใช้วิธีดังนี้แทน

  • เรียกผู้ช่วยเพิ่ม

  • ใช้อุปกรณ์ช่วย

  • เปลี่ยนวิธี เช่น จากยก → เลื่อน

  • ปรับทิศทางหรือตำแหน่งผู้ป่วยใหม่

การใช้งาน “รถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วย” อย่างถูกต้อง

รถเข็นคืออุปกรณ์ตัวหลักที่ใช้เคลื่อนย้ายผู้สูงอายุในบ้าน, โรงพยาบาล และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เพราะสะดวก ปลอดภัย และลดความเสี่ยงล้มได้มากที่สุด

สิ่งสำคัญที่ต้องทำทุกครั้ง คือ

  1. ตั้งรถเข็นมุม 45 องศา จากเตียงหรือเก้าอี้

  2. ล็อกล้อรถเข็นทั้งสองข้าง

  3. ยก “ที่เหยียบเท้า” ขึ้น เพื่อไม่ให้ผู้สูงอายุสะดุด

  4. เปิดพื้นที่รอบรถเข็นให้โล่ง

  5. ตรวจสอบว่าพนักพิงตั้งค่าเหมาะสม

เหตุผล
ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุล้มเพราะ “ที่เหยียบเท้าเกี่ยวรองเท้า” หรือ “ล้อไม่ล็อก”

  1. ให้ผู้สูงวัยนั่งชิดขอบเตียง

  2. ผู้ดูแลยืนใกล้ตัว – ประคองลำตัว

  3. นับจังหวะ “1–2–3” แล้วช่วยยืนขึ้น

  4. หมุนตัวอย่างช้า ๆ เข้าหารถเข็น

  5. ให้ผู้สูงอายุค่อยๆ นั่งลง

  6. เมื่อผู้ป่วยนั่งเรียบร้อย ให้เลื่อนเท้าที่เหยียบเท้าให้รองรับเท้าผู้สูงวัย

ข้อควรระวัง

  • อย่าให้ผู้สูงวัยจับที่ล้อรถเข็น (อาจบาดเจ็บ)

  • ห้ามดึงแขนผู้ป่วย

“ที่เหยียบเท้า” จุดเล็กแต่สำคัญที่สุดของรถเข็น

หลายครอบครัวมองข้าม “ที่เหยียบเท้า” ทั้งที่ถือเป็นจุดเสี่ยงต่อการสะดุดล้มมากที่สุด

วิธีใช้ที่เหยียบเท้าอย่างปลอดภัย

ก่อนผู้ป่วยลุกจากรถเข็น
✔ ต้อง “ยกที่เหยียบเท้าขึ้น” ก่อนเสมอ
เพื่อไม่ให้ปลายรองเท้าเกี่ยวสะดุด

ก่อนผู้ป่วยนั่งลง
✔ ต้องพับที่เหยียบเท้าขึ้น
หากปล่อยลงไว้ ผู้ป่วยจะพลาดเหยียบบนแผ่นเหยียบแล้วล้มได้ง่าย

เมื่อผู้ป่วยนั่งเรียบร้อย
✔ ลดที่เหยียบเท้าลงให้เท้าวางเต็ม
เพื่อไม่ให้ขาห้อยลอย ทำให้ล้าหรือชาระหว่างนั่งเคลื่อนย้าย

การใช้งาน “เตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วย”

เตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมีบทบาทสำคัญมากในบ้านที่มีผู้สูงวัยติดเตียง ใช้ในการปรับระดับเพื่อลดแรงยกและทำให้การพลิกตัว–ลุกนั่งปลอดภัยกว่าเดิม

  • ปรับระดับสูง–ต่ำเพื่อให้ผู้ดูแลไม่ต้องก้มตัว

  • ช่วยประคองผู้ป่วยระหว่างนั่ง–ลุก

  • ช่วยลดความเสี่ยงปวดหลังผู้ดูแล

  • ใช้ร่วมกับผ้ายกหรือแผ่นรองเลื่อนตัวได้ดีมาก

  • ปรับเตียงให้สูงระดับ “สะโพกของผู้ดูแล”

  • ปรับพนักพิงให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านั่ง 45–60 องศา

  • ถ้าผู้ป่วยต้องลุก ให้เลื่อนเตียงให้ชิดด้านที่มีพื้นที่พอ

  • ล็อกล้อเตียงหากเตียงมีระบบล้อ

  • ประคองหลังและสะโพกผู้ป่วยให้นั่งห้อยขาลงอย่างช้า ๆ

การใช้งาน “เก้าอี้เคลื่อนย้ายผู้ป่วย”

เก้าอี้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยใช้ในพื้นที่แคบ เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว หรือมุมแคบที่รถเข็นเข้าไม่ได้

วิธีใช้เก้าอี้เคลื่อนย้ายผู้ป่วย

  1. ตั้งเก้าอี้ให้มั่นคง

  2. ให้ผู้สูงอายุนั่งโดยมีผู้ดูแลประคองด้านหลัง

  3. หากเป็นเก้าอี้มีล้อ ต้องล็อกล้อก่อนเสมอ

  4. ให้ผู้สูงวัยวางเท้าอย่างมั่นคงก่อนเริ่มเคลื่อน

ผ้ารองเลื่อนตัว (Transfer Sheet) — ตัวช่วยคนดูแลแรงน้อย

อุปกรณ์นี้ช่วยชีวิตผู้ดูแลจำนวนมาก เพราะลดแรงเสียดทานระหว่างตัวผู้ป่วยกับเตียง ทำให้เลื่อนผู้สูงอายุได้ง่ายขึ้นแบบ “ใช้แรงน้อยลงเกือบครึ่ง”

วิธีใช้ผ้ารองเลื่อนตัว

  1. สอดผ้ารองเลื่อนตัวใต้หลังผู้ป่วย

  2. ดึงผ้าตามแนวนอน ไม่ดึงขึ้น–ลงตรง ๆ

  3. ใช้เทคนิค “สองคนช่วย” จะได้ผลดีที่สุด

  4. เหมาะสำหรับการขยับขึ้น–ลงบนเตียง

สายรัดพยุงตัว (Gait Belt) — ลดการดึงแขนผู้ป่วย

สายรัดช่วยประคองเวลาผู้ป่วยลุกหรือเดิน เหมาะกับผู้สูงอายุที่ทรงตัวไม่ดี เช่น โรคหลอดเลือดสมอง, พาร์กินสัน หรืออ่อนแรง

วิธีใช้สายรัดพยุงตัว

  1. คาดสายรัดบริเวณเอวผู้ป่วย

  2. ดึงให้กระชับ แต่ไม่แน่นจนหายใจลำบาก

  3. ผู้ดูแลจับสายรัดด้านหลัง

  4. พยุงผู้ป่วยโดยประคองจาก “สายรัด” ไม่ใช่แขนหรือรักแร้

ข้อดีมาก ๆ
ลดการดึงแขนผู้ป่วย ซึ่งเสี่ยงต่อ “ไหล่หลุด” มากในผู้สูงอายุอ่อนแรง

Checklists ความปลอดภัยก่อนทำการเคลื่อนย้าย

เพื่อให้การเคลื่อนย้ายปลอดภัยที่สุด นี่คือเช็กลิสต์ที่ควรตรวจสอบทุกครั้ง

  • พื้นไม่ลื่น ไม่มีพรมสะดุด
  • ห้องมีแสงสว่างเพียงพอ
  • ล็อกล้อรถเข็น / ล้อเตียง
  • ผู้ป่วยรู้ตัวดี ไม่มีอาการหน้ามืด
  • ที่เหยียบเท้าถูกยกขึ้น (ถ้ายังไม่เริ่มเคลื่อนย้าย)
  • ผู้ดูแลมีพื้นท่ายืนมั่นคง
  • อุปกรณ์ช่วยอยู่ใกล้มือ
  • พูดคุยกับผู้สูงอายุตลอด
  • ใช้แรงขามากกว่าแรงหลัง
  • ประคองที่ “ลำตัวและสะโพก” ไม่ดึงแขน
  • เคลื่อนตัวช้า ๆ ไม่เร่ง
  • จัดท่านั่ง–ท่านอนให้ถูกต้อง
  • ตรวจผิวว่ามีรอยแดงเจ็บหรือไม่
  • ตรวจความปลอดภัยของอุปกรณ์
  • ตำแหน่งแขน–ขาผู้สูงวัยถูกต้องหรือไม่

แผนป้องกัน “อุบัติเหตุ” เวลายกและเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุ

เพื่อให้การเคลื่อนย้ายปลอดภัยที่สุด นี่คือเช็กลิสต์ที่ควรตรวจสอบทุกครั้ง

  • อย่าให้ผู้สูงอุลุกเร็ว
  • ต้องมีผู้ดูแลประคองใกล้ตัว
  • ใช้อุปกรณ์ช่วยเดินถ้าจำเป็น
  • ทำเส้นทางเดินในบ้านให้โล่ง
  • ย่อขาแทนการก้มหลัง
  • ยืนชิดตัวผู้ป่วย
  • ไม่หมุนตัวเร็ว
  • ใช้ผ้ายกหรือแผ่นสไลด์แทนการยกตัวตรง ๆ

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

ควรเริ่มจากประเมินสภาพสุขภาพ ภาวะพึ่งพิง และความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองของผู้สูงวัย จากนั้นวางแผนการดูแลตามหลัก การดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน เพื่อให้เหมาะกับสภาพร่างกายและโรคประจำตัวของแต่ละคน

ผู้ดูแลควรมีความรู้พื้นฐานด้านสุขภาพ การยก–เคลื่อนย้ายที่ถูกต้อง และการสื่อสารกับผู้สูงอายุอย่างเหมาะสม สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในหัวข้อ การเลือกผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อช่วยในการตัดสินใจ

ผู้ป่วยติดเตียงต้องการการพลิกตัวสม่ำเสมอ การป้องกันแผลกดทับ และการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนมากเป็นพิเศษ ซึ่งทั้งหมดนี้อธิบายไว้ในหัวข้อ การดูแลผู้สูงอายุติดเตียง แบบครบถ้วน

โดยทั่วไปควรพลิกตัวทุก 2–3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันแผลกดทับ ท่านสามารถศึกษาเทคนิคพลิกตัวและย้ายท่าอย่างปลอดภัย

ต้องเริ่มจากล็อกล้อรถเข็น พับที่เหยียบเท้า และพยุงผู้สูงอายุขึ้นลุกนั่งแบบถูกหลักการย้ายตัว

ควรมีพื้นที่ปลอดภัย พื้นไม่ลื่น มีราวจับ ห้องน้ำปรับให้เหมาะกับผู้สูงวัย และมีอุปกรณ์ช่วยเดินหรือเคลื่อนย้าย ครอบคลุมในเนื้อหา การดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long-term Care)

ควรเริ่มจากการพยุงเดินอย่างถูกวิธี ใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน และฝึกความมั่นใจทีละขั้นตอน

ควรเรียนรู้

  • การพลิกตัว

  • การย้ายท่า

  • การป้องกันแผลกดทับ

  • สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

ควรเน้นการลดความเจ็บปวด การดูแลด้านอารมณ์ และการให้ครอบครัวอยู่ใกล้ชิดอย่างอบอุ่น สามารถอ่านแนวทางบริบาลแบบประคับประคองได้ในหัวข้อ การดูแลผู้สูงอายุในช่วงวาระสุดท้าย

ควรประเมินระดับการพึ่งพิง ความเสี่ยงล้ม และกิจกรรมที่ผู้สูงอายุทำเองได้ การตัดสินใจเลือกประเภทผู้ดูแลสามารถดูคำแนะนำได้ที่ NTKGoodHealth

ปลอดภัย หากมีการปรับบ้านให้เหมาะสม ผู้ดูแลมีความรู้เบื้องต้น และมีอุปกรณ์ช่วยเดิน

ควรให้ผู้สูงอายุได้ขยับตัวอย่างเหมาะสม มีกิจกรรมเบา ๆ ระหว่างวัน และสื่อสารเชิงบวกร่วมกับครอบครัว

ควรเริ่มจาก

  1. พลิกตัว

  2. พยุงลุกนั่ง

  3. ย้ายจากเตียงไปเก้าอี้

ควรเตรียมด้านร่างกาย จิตใจ และความพร้อมของครอบครัว รวมถึงการสนับสนุนทางการแพทย์ 

สามารถอ่านต่อได้ที่ การดูแลผู้สูงอายุในระยะสุดท้าย

ควรผสมผสานการดูแลด้านร่างกาย จิตใจ สิ่งแวดล้อม การเคลื่อนไหว และผู้ดูแลที่มีทักษะครบถ้วน

ปรึกษา NTK GoodHealth โดยตรงได้ที่โทร. 082-791-6559 และ 091-710-5596 หรือแอดไลน์ @ntkgood

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า