โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในผู้สูงอายุ
เนื้อหาหลัก

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในผู้สูงอายุ (Type 2 Diabetes Mellitus) | NTKGoodHealth

          โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นหนึ่งใน โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยเฉพาะในสังคมผู้สูงวัยอย่างประเทศไทย โรคนี้ไม่เพียงส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด แต่ยังเกี่ยวข้องกับหัวใจ ไต สมอง และคุณภาพชีวิตโดยรวม หากขาดความเข้าใจและการดูแลที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

โรคเบาหวาน คืออะไร?

โรคเบาหวาน ภาษาอังกฤษเรียกว่า Diabetes Mellitus (ไดอะบีทีส เมลลิทัส) โดยคำว่า diabetes แปลว่า การไหลผ่าน ส่วน mellitus แปลว่า หวาน รวมกันหมายถึงภาวะที่มีน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติและถูกขับออกมาทางปัสสาวะ

โรคเบาหวาน ภาษาอังกฤษ ตัวย่อ คือ DM ซึ่งในทางการแพทย์หมายถึง Diabetes Mellitus ไม่ได้หมายถึงแพทย์โดยตรง แม้หลายคนจะเข้าใจผิดว่า dm คือแพทย์ แต่จริง ๆ แล้ว dm โรค หมายถึงโรคเบาหวานนั่นเอง

เบาหวานเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยนำน้ำตาลจากเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน หากร่างกายผลิตอินซูลินได้น้อย หรือใช้อินซูลินได้ไม่ดี จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ

🔗 โรคเบาหวานชนิดที่ 2 จัดอยู่ในกลุ่ม โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ 

โรคเบาหวานมีกี่ชนิด?

  1. เบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes) เกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ตับอ่อน ทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ มักพบในเด็กและวัยรุ่น

  2. เบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 Diabetes / T2DM) เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เกิดจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน และการผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ

  3. เบาหวานขณะตั้งครรภ์ พบในหญิงตั้งครรภ์ และมักหายไปหลังคลอด แต่เพิ่มความเสี่ยงต่อเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีคำที่คนไทยคุ้นเคย เช่น เบาหวานแห้ง ซึ่งไม่ใช่ชนิดของโรคอย่างเป็นทางการ แต่ใช้เรียกผู้ป่วยที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ไม่มีแผลเรื้อรังหรือภาวะแทรกซ้อนเด่นชัด

เบาหวานชนิดที่ 1 และ 2 แตกต่างกันอย่างไร?

หลายคนสงสัยว่า เบาหวานชนิดที่ 1 และ 2 แตกต่างกันอย่างไร สรุปความแตกต่างที่สำคัญได้ดังนี้

  • สาเหตุ
    ชนิดที่ 1 เกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ
    ชนิดที่ 2 เกิดจากพฤติกรรม อายุ และพันธุกรรม

  • อายุที่พบ
    ชนิดที่ 1 พบในเด็กและวัยรุ่น
    ชนิดที่ 2 พบมากในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ

  • การรักษา
    ชนิดที่ 1 ต้องใช้อินซูลินตลอดชีวิต
    ชนิดที่ 2 เริ่มจากปรับพฤติกรรม ใช้ยา และอาจใช้อินซูลินในระยะหลัง

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 Diabetes) คืออะไร?

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 หรือที่เรียกว่า Type 2 Diabetes และมักย่อว่า T2DM คือภาวะที่ร่างกายยังผลิตอินซูลินได้ แต่เซลล์ไม่ตอบสนองต่ออินซูลินอย่างมีประสิทธิภาพ เรียกว่า ภาวะดื้อต่ออินซูลิน

ในระยะแรก ตับอ่อนจะพยายามผลิตอินซูลินมากขึ้น หากอินซูลินมากเกินไปเป็นเวลานาน จะทำให้เซลล์ตับอ่อนเสื่อมลง ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่า Hyperglycemia

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของเบาหวานชนิดที่ 2 ในผู้สูงอายุ

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้แก่

  • อายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้การทำงานของอินซูลินลดลง

  • น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน

  • การรับประทานอาหารหวาน มัน เค็ม

  • ขาดการออกกำลังกาย

  • เบาหวานเป็นกรรมพันธุ์ไหม คำตอบคือ มีส่วน หากพ่อแม่เป็นเบาหวาน ความเสี่ยงจะสูงขึ้น

  • มีโรคประจำตัวอื่น เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง

โรคประจำตัว คือ ภาวะเจ็บป่วยเรื้อรังที่ต้องได้รับการดูแลต่อเนื่อง ซึ่งเบาหวานถือเป็นโรคประจำตัวที่พบบ่อยที่สุดในผู้สูงอายุ

อาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 2

อาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มักค่อยเป็นค่อยไป เช่น

  • ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะกลางคืน

  • กระหายน้ำ หิวบ่อย

  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย

  • แผลหายช้า ติดเชื้อง่าย

อาการเหล่านี้เกี่ยวข้องกับภาวะ Hyperglycemia หรืออาการน้ำตาลขึ้น หากปล่อยไว้นาน อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

การตรวจโรคเบาหวาน (Diabetes Diagnosis)

  • ระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร

  • การตรวจ HbA1c

  • การทดสอบความทนต่อน้ำตาล (OGTT)

การตรวจที่แม่นยำช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้เหมาะสมกับผู้สูงอายุแต่ละราย

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานในผู้สูงอายุ

หากควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น

  • DN คือโรคอะไร → Diabetic Nephropathy หรือโรคไตจากเบาหวาน

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด

  • เส้นประสาทเสื่อม

  • ภาวะฉุกเฉิน เช่น Hyperosmolar Hyperglycemic State (HHS)

การรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2

แนวทางการรักษาประกอบด้วย

  1. การปรับพฤติกรรมและอาหาร

  2. การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

  3. การใช้ยา

หลายคนสงสัยว่า ยาเบาหวานมีกี่ชนิด โดยแบ่งหลัก ๆ เป็น

  • ยากินลดน้ำตาล

  • ยาฉีดอินซูลิน

แพทย์จะเลือกใช้ตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย

การดูแลผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานในชีวิตประจำวัน

การดูแลที่ดีช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มคุณภาพชีวิต ได้แก่

  • ควบคุมอาหารอย่างเหมาะสม

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

  • ตรวจน้ำตาลตามคำแนะนำแพทย์

  • ดูแลสุขภาพจิต ลดความเครียด

ผู้ป่วยเบาหวาน หรือ Diabetic สามารถมีชีวิตที่ปกติได้ หากได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง

แหล่งอ้างอิง
  1. World Health Organization (WHO) – Diabetes
    https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/diabetes

  2. American Diabetes Association – Type 2 Diabetes
    https://diabetes.org/diabetes/type-2

  3. Centers for Disease Control and Prevention (CDC) – Diabetes
    https://www.cdc.gov/diabetes

  4. Mayo Clinic – Type 2 Diabetes
    https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/type-2-diabetes

  5. National Institute on Aging – Diabetes in Older Adults
    https://www.nia.nih.gov/health/diabetes-older-adults

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ปัจจุบันยังไม่หายขาด แต่สามารถควบคุมได้ดี

ควรดูแลทั้งอาหาร ยา การออกกำลังกาย และติดตามแพทย์สม่ำเสมอ

NTK GoodHealth บริการดูแลผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และเด็กพิเศษ ปรึกษาฟรี โทร. 082-791-6559 และ 091-710-5596 หรือ LINE. @ntkgood

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
ntkgoodhealth-QR