คู่มือการดูแลผู้สูงอายุในระยะสุดท้าย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด - NTK GoodHealth
การดูแลผู้สูงอายุในระยะสุดท้ายเป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนที่สุดของการดูแลระยะยาว (Long-term Care) ซึ่งไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่คือการให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในวาระสุดท้ายของชีวิต โดยเน้นความสงบ ลดความเจ็บปวด และให้ครอบครัวได้เตรียมใจอย่างถูกต้อง การดูแลระยะนี้ต้องผสมผสานทั้งการดูแลด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และจิตวิญญาณ เพื่อให้การจากไปเป็นไปอย่างสมศักดิ์ศรี มีความสุข และไม่ทรมาน
NTKGoodHealth จะอธิบายทุกสิ่งที่ครอบครัว “อยากรู้และต้องรู้” เพื่อดูแลผู้สูงอายุอย่างถูกต้องในช่วงสุดท้าย พร้อมยกประเด็นสำคัญ เช่น อาการของคนแก่ใกล้เสียชีวิต, โรคชรา ระยะสุดท้าย, ผู้ป่วยระยะสุดท้ายอยู่ได้กี่วัน, อาการก่อนเสียชีวิต, และ แนวทางการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายตามมาตรฐานปี 2566–2568 รวมถึงอธิบายการดูแลแบบประคับประคอง (palliative care) อย่างเข้าใจง่ายครบถ้วนที่สุด
การดูแลผู้สูงอายุในระยะสุดท้าย คืออะไร? (End-of-Life Care)
การดูแลระยะสุดท้าย คือการดูแลผู้สูงอายุที่โรคหรือร่างกายเข้าสู่ช่วงที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้อีก และเป้าหมายหลักไม่ใช่การยืดอายุ แต่เป็น การดูแลให้มีความสุข ลดความทุกข์ทรมาน และให้ผู้สูงอายุได้จากไปอย่างสงบที่สุด
ในทางการแพทย์ ช่วงนี้มักเกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมตามวัย เช่น
โรคชรา ระยะสุดท้าย
ภาวะสมองเสื่อมรุนแรง
หัวใจล้มเหลว
ไตวายเรื้อรัง
มะเร็งในผู้สูงอายุ
การดูแลจึงเกี่ยวข้องทั้งครอบครัว ทีมแพทย์ และผู้ให้บริการดูแลผู้สูงอายุในระยะยาว (Long-term Care)
การเปลี่ยนท่านอนหรือย้ายตำแหน่งผู้สูงอายุจำเป็นต้องทำอย่างถูกวิธีเพื่อลดอาการเจ็บปวด สามารถดูขั้นตอนที่ถูกต้องได้ที่ การเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุ
อาการของคนแก่ สัญญาณเสี่ยงในระยะสุดท้าย
สัญญาณเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนค้นหามากที่สุดในหมวดผู้สูงอายุ ทีมแพทย์ด้านการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายมักพบอาการ
1. อาการก่อนเสียชีวิตที่พบบ่อย
หายใจแผ่ว เบาลง หรือหยุดเป็นช่วงๆ
มือเท้าเย็น ผิวซีดคล้ำ
นอนมากขึ้น ไม่ตอบสนอง
เบื่ออาหาร ดื่มน้ำน้อย
ปัสสาวะน้อยลงมาก
ความดันต่ำ ชีพจรเบา
ตาลอย มองไม่ชัด
2. อาการเพ้อ ก่อนเสียชีวิต
พบได้บ่อยจาก
ขาดน้ำ
ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ
ความเจ็บปวด
ความเสื่อมของสมอง
ผลข้างเคียงของยา
ผู้ดูแลควรอยู่ใกล้ชิด สัมผัสเบาๆ และพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงเพื่อให้ผู้สูงอายุไม่หวาดกลัว
3. อาการของคนใกล้หมดอายุขัย
มักเป็นอาการที่พบก่อนเสียชีวิต 24–72 ชั่วโมง เช่น
หายใจช้าลง
ตัวเย็น
ไม่รู้สึกตัว
ผิวเริ่มมีสีคล้ำ
ผู้ป่วยระยะสุดท้ายอยู่ได้กี่วัน?
ไม่มีจำนวนวันที่แน่นอน เพราะขึ้นกับโรค ระดับความเสื่อม อายุ และสุขภาพโดยรวม แต่สัญญาณเหล่านี้ช่วยประเมินได้
ระยะ 1–2 เดือนสุดท้าย
เดินได้น้อยลง
ง่วงมาก
กินข้าวน้อยลง
ระยะ 1–2 สัปดาห์สุดท้าย
น้ำหนักลด
อ่อนแรงมาก
เบื่ออาหารเกือบทั้งหมด
ระยะ 24–72 ชั่วโมงสุดท้าย
หายใจเปลี่ยนเป็น Cheyne-Stokes
ตัวเย็น
ไม่รู้สึกตัว
แม้ไม่สามารถระบุวันแน่ชัดได้ แต่การสังเกตอาการช่วยให้ครอบครัว “เตรียมใจและเตรียมตัว” ได้ดีขึ้น
โรคชรา ระยะสุดท้าย และโรคที่นำไปสู่ระยะสุดท้าย
1. โรคเสื่อมตามวัยที่พบบ่อย
ภาวะสมองเสื่อมรุนแรง (Dementia) ผู้ป่วยลืมคนรอบตัว ไม่สื่อสาร รับประทานอาหารไม่ได้
หัวใจล้มเหลวเรื้อรัง อาจมีหอบ เหนื่อยง่าย บวม
ไตวายเรื้อรัง อ่อนแรง เบื่ออาหาร ซึมลง
มะเร็งในผู้สูงอายุ เจ็บปวด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
2. โรคชราระยะสุดท้าย คืออะไร?
คือภาวะเสื่อมถอยของร่างกายทั้งหมดจนระบบอวัยวะเริ่มทำงานไม่ได้ เช่น ระบบไหลเวียน หัวใจ สมอง และไต
การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) คืออะไร?
การดูแลแบบประคับประคอง (palliative care) เน้นการทำให้ผู้ป่วย “อยู่ได้อย่างมีความหมายที่สุด” ไม่ใช่แค่รักษาโรค
1. ประคับประคอง หมายถึง?
ลดอาการเจ็บปวด
ควบคุมอาการเหนื่อยและหายใจลำบาก
ดูแลเรื่องอารมณ์ ความกลัว ความกังวล
พูดคุยถึงสิ่งที่ผู้สูงอายุต้องการในวาระสุดท้ายของชีวิต
2. แนวทางการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย 2569
ไม่ทำหัตถการที่สร้างความเจ็บปวดโดยไม่จำเป็น
ให้ผู้ป่วยได้เลือกว่าต้องการดูแลอย่างไร
สนับสนุนการจากไปอย่างสงบ
ช่วยครอบครัวเตรียมเอกสารและการตัดสินใจด้านการแพทย์
วาระสุดท้ายของชีวิต (End of Life คือ?)
คือช่วงเวลา 1–14 วันสุดท้ายก่อนเสียชีวิต ซึ่งเป็นระยะที่ผู้ป่วยมักไม่รู้สึกตัว หายใจช้า และอวัยวะเริ่มหยุดทำงาน
โฟกัสของการดูแลในระยะนี้คือ
ความสงบ
ลดความเจ็บปวด
ลดเสียงรบกวน
ให้ครอบครัวอยู่ใกล้
เปิดเพลงสวดหรือสิ่งที่ผู้ป่วยชอบ
การดูแลด้านร่างกายในระยะสุดท้าย
1. ลดความเจ็บปวด
ใช้ยาแก้ปวดตามแพทย์สั่ง เช่น Morphine การดูแลนี้คือหัวใจของ palliative care
2. การดูแลแผลกดทับ
พลิกตะแคงทุก 2 ชั่วโมง
จัดท่านุ่มสบาย
ใช้เบาะลม
เมื่อผู้สูงอายุไม่สามารถลุกนั่งเองได้ การดูแลแบบผู้ป่วยติดเตียงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันแผลกดทับและภาวะแทรกซ้อน แนะนำอ่านเพิ่มเติมได้ที่ การดูแลผู้สูงอายุติดเตียง
3. การดูแลเรื่องอาหาร
ผู้ป่วยระยะสุดท้าย “ไม่จำเป็นต้องกินเหมือนเดิม”
ให้เพียงน้ำ/อาหารตามที่ผู้ป่วยรับได้
การดูแลด้านจิตใจและความรู้สึก
ผู้สูงอายุในระยะสุดท้ายมักมีความกลัว เช่น
กลัวเจ็บ
กลัวตาย
กลัวถูกทิ้ง
ห่วงลูกหลาน
วิธีปลอบใจที่ดีที่สุด คือ
จับมือเบาๆ
บอกว่า “อยู่ตรงนี้นะ ไม่ต้องกลัว”
เปิดเพลงหรือเสียงธรรมะ
ให้คนในครอบครัวมาพูดคุย
ในบางครอบครัว ผู้สูงอายุอาจต้องได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมง สามารถอ่านวิธีเลือกผู้ดูแลที่เหมาะสมได้ในหัวข้อ การเลือกผู้ดูแลผู้สูงอายุ
การเตรียมตัวของครอบครัวและผู้ดูแล
1. เตรียมเอกสารทางการแพทย์
หนังสือแสดงเจตนาการรักษา
ผู้รับมอบอำนาจตัดสินใจ
ข้อมูลชัดเจนว่า “ทำ CPR หรือไม่”
2. เตรียมบ้าน
จัดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุอยู่สบาย
ลดสิ่งรบกวน
เตรียมอุปกรณ์ดูแล เช่น เบาะลม ผ้าอ้อมผู้ใหญ่
3. เตรียมใจ
นี่คือช่วงเวลาที่ครอบครัวต้องให้ความรัก ความอบอุ่นที่สุด
หากครอบครัววางแผนให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่บ้านในระยะท้าย สามารถศึกษาวิธีจัดสภาพแวดล้อมและการดูแลอย่างละเอียดได้ที่ การดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
ข้อวินิจฉัยการพยาบาลผู้ป่วยระยะสุดท้าย (End-of-Life Nursing Diagnosis)
ข้อวินิจฉัยที่ใช้ประเมิน เช่น
ความเจ็บปวดเฉียบพลัน
การหายใจลำบาก
ขาดน้ำ
อาการกังวล
ภาวะซึมเศร้า
ความต้องการด้านจิตวิญญาณ
ข้อมูลนี้ช่วยให้ทีมดูแล Long-term Care ทำงานได้ตรงจุดและปลอดภัย
สามามรถปรึกษา NTK GoodHealth ได้โดยตรงโทร. 082-791-6559 และ 091-710-5596 หรือแอดไลน์ @ntkgood ทีมงานของเราพร้อมให้คำแนะนำ เพื่อให้ผู้สูงอายุในครอบครัวของคุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
1. ผู้ป่วยระยะสุดท้ายต้องให้ออกซิเจนไหม?
เฉพาะในกรณีที่หายใจลำบาก ไม่จำเป็นต้องให้ทุกราย
2. ผู้ป่วยระยะสุดท้ายไม่กินข้าว ควรทำอย่างไร?
ปกติของระยะท้าย ไม่ต้องบังคับ ให้จิบทีละน้อย
3. ทำไมผู้ป่วยมีอาการเพ้อก่อนเสียชีวิต?
เกิดจากสมองขาดออกซิเจน ขาดน้ำ หรือความเสื่อมของระบบประสาท
4. ต้องบอกผู้ป่วยไหมว่าอยู่ในระยะสุดท้าย?
ขึ้นอยู่กับสภาพอารมณ์ผู้สูงอายุและความพร้อมของครอบครัว
5. ผู้ป่วยระยะสุดท้ายควรส่งโรงพยาบาลไหม?
ถ้าเป้าหมายคือความสงบ การดูแลที่บ้านมักเหมาะสมกว่า