สิทธิประโยชน์ผู้สูงอายุ
เนื้อหาหลัก

สิทธิประโยชน์ผู้สูงอายุ 2569 เช็กให้ครบ ก่อนพลาดสิทธิที่ควรได้ | NTKGoodHealth

          เมื่อพูดถึง สวัสดิการผู้สูงอายุ หลายคนอาจนึกถึงแค่ “เบี้ยยังชีพ” ที่โอนเข้าบัญชีทุกเดือน แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิทธิประโยชน์ผู้สูงอายุ ในประเทศไทยครอบคลุมกว้างกว่านั้นมาก ทั้งสิทธิด้านการรักษาพยาบาล การลดหย่อนภาษีสำหรับลูกหลานที่ดูแลพ่อแม่ ไปจนถึงสิทธิความปลอดภัยเมื่อต้องเข้าพักในสถานพยาบาลหรือบ้านพักคนชรา

NTKgoodhealth เราได้รวบรวมสิทธิที่ผู้สูงอายุไทยควรรู้แบบครบถ้วน อัปเดตตามกฎเกณฑ์ล่าสุดของปี 2569 เพื่อให้ทั้งตัวผู้สูงอายุเองและลูกหลานที่ดูแลอยู่ ใช้สิทธิได้เต็มที่ ไม่ตกหล่น

อ่านรายละเอียดขั้นเพิ่มเติมได้ที่ สวัสดิการผู้สูงอายุ

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ สิทธิพื้นฐานที่ต้องลงทะเบียนเอง

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คือสวัสดิการเงินสดรายเดือนที่รัฐจ่ายให้ผู้สูงอายุสัญชาติไทยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยปัจจุบันยังคงจ่ายในระบบ “ขั้นบันได” ตามช่วงอายุ ซึ่งใช้มาตั้งแต่มติคณะรัฐมนตรีปี 2554 และยังไม่มีการปรับอัตราเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด แม้จะมีข่าวลือเรื่องการปรับขึ้นเป็น 3,000 บาทต่อเดือนหมุนเวียนอยู่เป็นระยะ แต่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมยืนยันชัดเจนว่ายังไม่มีการอนุมัติเรื่องนี้แต่อย่างใด

อัตราเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปัจจุบัน แบ่งตามช่วงอายุ ดังนี้

ช่วงอายุ จำนวนเงินที่ได้รับ/เดือน
60 – 69 ปี 600 บาท
70 – 79 ปี 700 บาท
80 – 89 ปี 800 บาท
90 ปีขึ้นไป 1,000 บาท

ผู้ที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในปีนั้น ๆ และยังไม่เคยลงทะเบียน ต้องไปยื่นเรื่องด้วยตนเอง (หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้) ที่องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลตามทะเบียนบ้าน หรือสำนักงานเขตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเตรียมบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่ออกโดยหน่วยงานรัฐที่มีรูปถ่าย ทะเบียนบ้านฉบับจริง และสมุดบัญชีธนาคารสำหรับรับเงินโอน

ข้อควรระวังคือ เงินผู้สูงอายุจะไม่ถูกโอนให้อัตโนมัติเมื่ออายุครบ 60 ปี หากไม่ไปยืนยันสิทธิ ผู้สูงอายุรายใหม่ในปีนั้นก็จะพลาดสิทธิและต้องรอรอบลงทะเบียนถัดไป จึงควรติดตามข่าวสารและกำหนดการลงทะเบียนอย่างสม่ำเสมอ

อ่านรายละเอียดขั้นตอนการลงทะเบียน เอกสารที่ต้องเตรียม และปฏิทินการจ่ายเงินแบบเจาะลึกได้ที่บทความ เงินผู้สูงอายุ (เบี้ยยังชีพ)

สิทธิด้านสุขภาพและสวัสดิการตาม พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546

นอกจากเบี้ยยังชีพแล้ว พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 มาตรา 11 ยังกำหนดสิทธิของผู้สูงอายุไว้อีกหลายด้าน ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองมีสิทธิเหล่านี้ เช่น

  • บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขแบบเร่งด่วนเป็นพิเศษ เช่น ช่องทางด่วนในโรงพยาบาลรัฐ ไม่ต้องต่อคิวนาน
  • การช่วยเหลือด้านค่าโดยสารยานพาหนะ ตามความเหมาะสมของแต่ละหน่วยงาน
  • การยกเว้นค่าเข้าชมสถานที่ของรัฐ เช่น พิพิธภัณฑ์ อุทยานแห่งชาติ
  • การอำนวยความสะดวกในอาคารและสถานที่สาธารณะ เช่น ทางลาด ที่นั่งสำรอง
  • การช่วยเหลือกรณีถูกทารุณกรรม แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ หรือถูกทอดทิ้ง รวมถึงเงินสงเคราะห์เบื้องต้น
  • การให้คำปรึกษาด้านคดีความและปัญหาครอบครัว
  • การจัดหาที่พักอาศัย เครื่องนุ่งห่ม และปัจจัยพื้นฐาน สำหรับผู้สูงอายุที่ยากไร้
  • เงินสงเคราะห์จัดการศพตามประเพณี สำหรับผู้สูงอายุที่ยากจน

สิทธิเหล่านี้ส่วนใหญ่ต้องติดต่อผ่านสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) หรือกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) ในพื้นที่ ซึ่งบางสิทธิผู้สูงอายุหรือญาติต้องเป็นฝ่ายร้องขอเอง จึงควรศึกษาไว้ล่วงหน้าเพื่อไม่ให้พลาดความช่วยเหลือยามจำเป็น

สิทธิลดหย่อนภาษี กลไกสำคัญของการวางแผนการเงินหลังเกษียณ

สำหรับลูกหลานที่ดูแลพ่อแม่สูงวัย มีสิทธิสำคัญที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางอ้อมได้ นั่นคือ สิทธิลดหย่อนภาษีจากการอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา ซึ่งสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้คนละ 30,000 บาทต่อปี โดยมีเงื่อนไขหลัก ๆ คือ

  • บิดาหรือมารดาต้องมีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปในปีภาษีนั้น
  • บิดามารดาต้องมีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท (ไม่นับรวมเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพราะเป็นเงินได้ที่ได้รับยกเว้น)
  • บิดามารดาต้องอาศัยอยู่ในประเทศไทย
  • บุตรเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ใช้สิทธินี้ได้ต่อบิดาหรือมารดาหนึ่งท่าน ไม่สามารถแบ่งสิทธิกันระหว่างพี่น้องได้

สิทธิลดหย่อนภาษีนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการเงินหลังเกษียณที่หลายครอบครัวมองข้าม เพราะนอกจากจะช่วยแบ่งเบาภาระลูกหลานแล้ว ยังเป็นแรงจูงใจให้วางแผนดูแลผู้สูงอายุในบ้านอย่างเป็นระบบมากขึ้น ควบคู่ไปกับเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ เช่น กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) หรือประกันสุขภาพผู้สูงอายุ

วางแผนภาษีและการเงินระยะยาวให้พ่อแม่อย่างเป็นระบบ อ่านเพิ่มเติมที่ การวางแผนการเงินหลังเกษียณ

สิทธิของผู้สูงอายุในสถานพยาบาลและบ้านพักคนชรา

เมื่อผู้สูงอายุจำเป็นต้องเข้ารับการดูแลในสถานพยาบาล บ้านพักคนชรา หรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ กฎหมายก็ยังคุ้มครองสิทธิพื้นฐานไว้ เช่น สิทธิที่จะได้รับข้อมูลการรักษาอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจ สิทธิที่จะไม่ถูกทอดทิ้งหรือถูกใช้ความรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงสิทธิในการร้องเรียนหน่วยงานรัฐหากพบว่าสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุกระทำการไม่เหมาะสม

สำหรับครอบครัวที่กำลังเลือกบ้านพักคนชราหรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ควรตรวจสอบว่าสถานที่นั้นได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ มีบุคลากรที่ผ่านการอบรมดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะ และมีมาตรฐานความปลอดภัยที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้สูงอายุในความดูแลจะได้รับสิทธิและการปฏิบัติที่เหมาะสมตลอดระยะเวลาที่พักอาศัย

เช็กลิสต์การเลือกสถานพยาบาลและบ้านพักคนชราที่ได้มาตรฐาน อ่านต่อได้ที่ สิทธิของผู้สูงอายุในสถานพยาบาลและบ้านพัก

รู้สิทธิแล้ว ต้องดูแลอย่างประหยัดแต่มีคุณภาพด้วย

การรู้สิทธิประโยชน์ผู้สูงอายุเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่การนำสิทธิเหล่านี้มาผสมผสานกับการวางแผนดูแลในชีวิตประจำวันก็สำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้สิทธิบัตรทองหรือประกันสังคมให้คุ้มค่าที่สุด การเลือกอาหารและกิจกรรมที่เหมาะกับวัยโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง หรือการจัดสภาพบ้านให้ปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลในระยะยาวได้อย่างมาก

ดูแนวทางดูแลผู้สูงอายุแบบคุ้มค่า ไม่กระทบคุณภาพชีวิต ได้ที่ การดูแลผู้สูงอายุแบบประหยัดแต่มีคุณภาพ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของ NTK GoodHealth ฟรี Tel. 082-791-6559 091-710-5596 และ LINE. @ntkgood

แหล่งอ้างอิง
  1. ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย: อัตราเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2566
  2. กรมประชาสัมพันธ์ (prd.go.th): สิทธิสวัสดิการเบี้ยผู้สูงอายุ
  3. กรมกิจการผู้สูงอายุ (dop.go.th): สิทธิผู้สูงอายุตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546
  4. Krungsri The Coach: สรุปสิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับการอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ปัจจุบันจ่ายแบบขั้นบันไดตามอายุ คือ 600 บาทสำหรับอายุ 60-69 ปี, 700 บาทสำหรับ 70-79 ปี, 800 บาทสำหรับ 80-89 ปี และ 1,000 บาทสำหรับผู้ที่อายุ 90 ปีขึ้นไป

ต้องไปลงทะเบียนยืนยันสิทธิด้วยตนเอง (หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน) ที่ อบต. เทศบาล หรือสำนักงานเขตตามทะเบียนบ้าน สิทธิจะไม่เกิดขึ้นอัตโนมัติแม้อายุจะครบ 60 ปีแล้ว

สามารถลดหย่อนภาษีได้คนละ 30,000 บาทต่อบิดาหรือมารดาหนึ่งท่าน โดยบิดามารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท (ไม่นับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ)

สิทธิตาม พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 อีกหลายด้าน เช่น บริการการแพทย์แบบเร่งด่วน ยกเว้นค่าเข้าชมสถานที่ของรัฐ ช่วยเหลือค่าโดยสาร และการคุ้มครองกรณีถูกทอดทิ้งหรือถูกทารุณกรรม

สามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) หรือกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) ในพื้นที่ที่สถานประกอบการนั้นตั้งอยู่

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
ntkgoodhealth-QR