พัฒนาการด้านร่างกายเด็ก
เนื้อหาหลัก

พัฒนาการด้านร่างกายในเด็ก 0-2 ปี ครบทุกช่วงวัย | NTKGoodHealth

          ตั้งแต่ลูกลืมตาดูโลกครั้งแรก ร่างกายของเขาก็เริ่มทำงานอย่างไม่หยุดพัก — กล้ามเนื้อแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน กระดูกยาวขึ้นทุกเดือน และทักษะการเคลื่อนไหวค่อยๆ ก้าวหน้าจากการพลิกตัวไปจนถึงการวิ่ง พัฒนาการด้านร่างกายเป็นรากฐานสำคัญที่หล่อเลี้ยงพัฒนาการด้านอื่นๆ ทั้งหมด

ร่างกายของทารกแรกเกิดเป็นอย่างไร?

ทารกแรกเกิดมีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 2.5–4 กิโลกรัม และส่วนสูงราว 48–52 เซนติเมตร ตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในช่วงนี้ร่างกายยังอ่อนแอและต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ระบบกล้ามเนื้อยังอยู่ในสภาพที่เรียกว่า “ตัวอ่อน” — ศีรษะจะปักลงถ้าไม่มีใครประคอง กะโหลกศีรษะยังมีรอยต่อที่ยังไม่เชื่อมสนิท ซึ่งเรียกว่า กระหม่อม (fontanelle) เพื่อให้สมองขยายตัวได้อย่างอิสระในช่วงปีแรก อ่านเพิ่มเติมได้ที่ พัฒนาการเด็กเล็ก (Child Development)

 

การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายของวัยทารกในช่วงแรกที่น่าสังเกตคือน้ำหนักตัวมักลดลงเล็กน้อยในสัปดาห์แรก แต่จะกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อการกินนมเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ ลูกน้อยส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักเป็นสองเท่าของแรกเกิดเมื่ออายุราว 5 เดือน และสามเท่าเมื่ออายุครบ 1 ปี

พัฒนาการตามวัย 0–2 ปี ทีละช่วง

พัฒนาการตามวัย 0–2 ปี | Child Development Milestones
ประเภท:
อายุ Gross Motor การเคลื่อนไหวหยาบ Fine Motor การเคลื่อนไหวละเอียด ประสาทสัมผัส การมองเห็น / การได้ยิน หมายเหตุ
แรกเกิด – 3 เดือน
0 แรกเกิด Newborn
  • ปฏิกิริยา Moro (สะดุ้งเมื่อถูกกระตุ้น)
  • ปฏิกิริยา Rooting (หันหาเต้านม)
  • นอนหงายยกศีรษะขึ้นได้เล็กน้อย
  • กำมือแน่น (Palmar Grasp Reflex)
  • ดูดนมได้ (Sucking Reflex)
  • มองเห็นระยะ 20–30 ซม. ภาพขาว-ดำ
  • ตอบสนองต่อเสียงดัง
ทุกปฏิกิริยาในช่วงนี้เป็น reflex แต่กำเนิด — รากฐานของพัฒนาการระบบประสาท
1 เดือน
  • ยกศีรษะได้ประมาณ 45° เมื่อนอนคว่ำ
  • ควบคุมศีรษะได้เล็กน้อยเมื่อนั่งพิง
  • ยังกำมือแน่น เริ่มแบมือเองบางครั้ง
  • ติดตามวัตถุที่เคลื่อนช้าๆ ด้วยสายตา
  • สบตาได้นานขึ้น จำใบหน้าแม่ได้
การทำ Tummy Time 2–3 นาที วันละหลายครั้ง ช่วยเสริมกล้ามเนื้อคอ
2 เดือน
  • ยกหัวได้มั่นคงขึ้นเมื่อนอนคว่ำ
  • เตะขาสลับกันได้ (แสดงว่ากล้ามเนื้อขาพัฒนา)
  • เริ่มแบมือออกมากขึ้น
  • ยังไม่หยิบของ แต่มองมือตัวเองได้
  • มองเห็นสีสดได้บ้างแล้ว
  • หันตามเสียงที่รู้จัก
น้ำหนักควรเพิ่มขึ้น ~150–200 ก./สัปดาห์
3 เดือน
  • ยกหัวและอกขึ้นพร้อมกันได้เมื่อนอนคว่ำ
  • ศีรษะตั้งตรงได้เมื่อประคองนั่ง
  • เอื้อมมือไปตบของเล่นห้อยได้
  • มือสองข้างชนกันตรงกลางลำตัว
  • ยิ้มตอบสนองได้ (Social Smile)
  • ส่งเสียงอ้อแอ้โต้ตอบ
Moro reflex เริ่มหายไป — สัญญาณระบบประสาทสมบูรณ์ขึ้น
4 – 6 เดือน
4 เดือน
  • เริ่มพลิกจากหงายเป็นคว่ำ (บางคน)
  • รับน้ำหนักตัวด้วยขาได้เมื่อประคองยืน
  • หยิบของแล้วนำเข้าปาก
  • จับของเล่นด้วยฝ่ามือทั้งหมด
  • มองตามวัตถุได้ 180 องศา
  • หัวเราะเสียงดังได้
ช่วง 4–5 เดือน น้ำหนักควรเป็น 2× ของแรกเกิด
5 เดือน
  • พลิกได้ทั้งสองทิศทาง
  • นอนคว่ำยันแขนได้มั่นคง
  • โยกย้ายของจากมือหนึ่งไปอีกข้าง
  • สำรวจของเล่นด้วยมือและปาก
  • จำหน้าคนแปลกหน้าออก
  • เริ่มมีท่าทางประหลาดใจ
ฟันน้ำนมซี่แรกอาจเริ่มขึ้น บางคนช้ากว่านี้
6 เดือน ครึ่งปี
  • นั่งได้เมื่อมีที่พิง
  • รับน้ำหนักขาได้เต็มที่เมื่อยืนพิงคน
  • จับถ้วยสองหูได้
  • คุ้ยหาของที่ซ่อนบางส่วน
  • แยกแยะน้ำเสียงดีใจ-โกรธได้
  • เริ่มกลัวคนแปลกหน้า (Stranger Anxiety)
เริ่มอาหารเสริมได้ WHO แนะนำ 6 เดือน
7 – 9 เดือน
7 เดือน
  • นั่งได้โดยไม่ต้องพิงนานขึ้น
  • เริ่มเลื่อนตัวหรือคืบไปข้างหน้า
  • ตีของสองชิ้นให้ชนกัน
  • จับของชิ้นเล็กด้วยฝ่ามือ
  • ตอบสนองต่อชื่อตัวเอง
บางคนคืบถอยหลังก่อน — ปกติ ไม่ต้องกังวล
8 เดือน
  • นั่งได้มั่นคงโดยไม่ต้องพิง
  • เริ่มคลานสี่ขาได้บ้าง
  • เริ่มหยิบของด้วยนิ้วชี้และนิ้วโป้ง (Pincer Grasp เริ่มต้น)
  • มองหาของที่ตกหาย
  • เริ่มเข้าใจ Object Permanence
Object Permanence = รู้ว่าของยังอยู่แม้มองไม่เห็น
9 เดือน
  • คลานสี่ขาได้คล่อง
  • ดึงตัวเองขึ้นยืนโดยจับขอบได้
  • Pincer Grasp ชัดเจนขึ้น
  • ชี้สิ่งที่สนใจด้วยนิ้ว
  • เข้าใจคำว่า “ไม่” ได้
ถ้ายังไม่นั่งได้เลยที่ 9 เดือน ควรปรึกษาแพทย์
10 – 12 เดือน
10 เดือน
  • เดินข้างๆ เฟอร์นิเจอร์ (Cruising)
  • ยืนอิสระได้ชั่วครู่
  • ใส่ของในภาชนะแล้วเทออก
  • พลิกหน้าหนังสือภาพหนาๆ ได้
  • เลียนแบบท่าทางได้ เช่น โบกมือ
Cruising = ขั้นก่อนเดินอิสระ พัฒนาสมดุลร่างกาย
11 เดือน
  • ก้าวเดินโดยจับมือผู้ใหญ่
  • ยืนอิสระได้นานขึ้น
  • วางบล็อกซ้อนกัน 2 ชิ้นได้
  • ใช้ช้อนตักอาหารได้บ้าง
  • เข้าใจคำสั่งง่ายๆ 1 ขั้น
บางคนเดินได้ก่อน 12 เดือน บางคนหลัง ทั้งคู่ปกติ
12 เดือน 1 ขวบ
  • เริ่มเดินอิสระ (9–15 เดือนถือว่าปกติ)
  • นั่งลงจากยืนได้โดยไม่ล้ม
  • ชี้นิ้วได้แม่นยำ
  • ซ้อนบล็อก 2–3 ชิ้น
  • น้ำหนักประมาณ 3× แรกเกิด
  • ส่วนสูงเพิ่มจากแรกเกิด ~50%
พัฒนาการด้านสมองดูได้ที่หัวข้อ สมองและสติปัญญา
13 – 18 เดือน
15 เดือน
  • เดินได้คล่อง เปลี่ยนทิศทางได้
  • เดินถอยหลังได้
  • ขึ้นบันไดโดยมีใครจับมือ
  • ซ้อนบล็อก 3–4 ชิ้น
  • ขีดเส้นด้วยดินสอได้
  • ทำตามคำสั่ง 1–2 ขั้นได้
ถ้ายังไม่เดินที่ 18 เดือน ควรพบกุมารแพทย์
18 เดือน 1.5 ขวบ
  • วิ่งได้แต่หยุดยังไม่ทัน
  • เตะลูกบอลได้
  • ชอบปีนป่ายของเฟอร์นิเจอร์
  • ป้อนอาหารตัวเองด้วยช้อนได้
  • วาดเส้นหยักได้
  • รู้จักส่วนร่างกายตัวเองได้ 2–3 จุด
ช่วงนี้ลูกชอบสำรวจมาก ต้องดูแลความปลอดภัย
19 – 24 เดือน
21 เดือน
  • วิ่งและหยุดได้ดีขึ้น
  • ก้าวขึ้นบันไดได้ โดยจับราวหรือผนัง
  • วาดวงกลมได้ (อาจยังไม่สมบูรณ์)
  • ซ้อนบล็อก 5–6 ชิ้น
  • ชี้รูปภาพในหนังสือตามคำสั่งได้
เริ่มฝึกใช้ส้อมได้ (ชนิดด้ามสั้นสำหรับเด็ก)
24 เดือน 2 ขวบ
  • วิ่งและหยุดได้คล่องแคล่ว
  • ก้าวขึ้นบันไดสองเท้าต่อขั้น
  • กระโดดขึ้นลงที่เดิมได้
  • วาดเส้นตรงได้
  • เปิดประตูหมุนได้
  • ซ้อนบล็อก 6+ ชิ้น
  • ส่วนสูงเฉลี่ย ~85–92 ซม.
  • น้ำหนักเฉลี่ย ~11–14 กก.
WHO แนะนำ กิจกรรมทางกาย ≥180 นาที/วัน สำหรับเด็ก 1–2 ปี

พัฒนาการด้านร่างกายในเด็กเล็กแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักที่พัฒนาควบคู่กัน ได้แก่ ทักษะการเคลื่อนไหวหยาบ (gross motor skills) เช่น การพลิกตัว นั่ง คลาน เดิน และ ทักษะการเคลื่อนไหวละเอียด (fine motor skills) เช่น การหยิบจับสิ่งของ ใช้นิ้วชี้ และจับช้อนหากลูกยังไม่สามารถนั่งได้เลยเมื่ออายุ 9 เดือน

 

หรือยังไม่ยืนโดยจับอะไรได้เมื่ออายุ 12 เดือน — ควรปรึกษาแพทย์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ สัญญาณเตือนพัฒนาการล่าช้า

การมองเห็นและประสาทสัมผัสในช่วงวัยทารก

การมองเห็นของทารกแรกเกิดยังไม่คมชัด ทารก 1 เดือนจะมองเห็นได้ชัดที่ระยะประมาณ 20–30 เซนติเมตร — ซึ่งก็คือระยะห่างระหว่างหน้าแม่กับหน้าลูกขณะให้นม ช่วงนี้ลูกยังมองเห็นเป็นภาพขาว-ดำและเทาเป็นหลัก ก่อนที่ระบบรับรู้สีจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ในเดือนที่ 2–3

 

เมื่ออายุ 2 เดือน ลูกจะเริ่มติดตามวัตถุที่เคลื่อนไหวด้วยสายตาได้ดีขึ้น และจะสบตากับพ่อแม่นานขึ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณดีของพัฒนาการระบบประสาทตา ตาของทารกยังคงพัฒนาต่อไปจนกระทั่งอายุประมาณ 6 เดือน จึงจะมองเห็นได้ใกล้เคียงผู้ใหญ่

น้ำหนัก ส่วนสูง และเส้นรอบศีรษะ

กุมารแพทย์ใช้ตารางเปอร์เซ็นไทล์เพื่อติดตามการเติบโตของเด็กแต่ละคน ซึ่งครอบคลุมน้ำหนัก ส่วนสูง และเส้นรอบศีรษะ สิ่งสำคัญคือไม่ใช่ตัวเลขสัมบูรณ์ แต่คือแนวโน้มการเติบโต — เด็กที่อยู่ในเปอร์เซ็นไทล์ที่ 10 สม่ำเสมอนั้นปกติ แต่เด็กที่ร่วงจาก 50 ลงมาเหลือ 10 ในช่วงสั้นๆ อาจต้องติดตามดูแลเป็นพิเศษ

 

สำหรับ เด็ก 3 ขวบ ส่วนสูงเฉลี่ยตามเกณฑ์ WHO อยู่ที่ประมาณ 92–100 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 13–16 กิโลกรัม อย่างไรก็ตาม พันธุกรรมและโภชนาการมีบทบาทสำคัญในการกำหนดการเจริญเติบโตในแต่ละบุคคล

ปัจจัยที่ส่งผลต่อพัฒนาการด้านร่างกาย

พัฒนาการด้านร่างกายในช่วง วัยก่อนเรียนไม่ได้เกิดขึ้นเองตามลำพัง แต่ถูกหล่อหลอมโดยปัจจัยหลายด้าน ได้แก่ โภชนาการ, การนอนหลับ, การเล่น, และสิ่งแวดล้อมรอบข้าง

 

การนอนหลับมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เพราะฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) หลั่งออกมามากที่สุดในช่วงที่ลูกหลับลึก ทารกแรกเกิดต้องการนอน 14–17 ชั่วโมงต่อวัน ในขณะที่เด็กอายุ 1–2 ปีต้องการราว 11–14 ชั่วโมง ตามคำแนะนำของ American Academy of Pediatrics (AAP)

 

โภชนาการในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต (ตั้งแต่ปฏิสนธิถึง 2 ขวบ) ถือเป็น “หน้าต่างโอกาสทอง” ที่มีผลต่อพัฒนาการด้านร่างกายและสมองไปตลอดชีวิต นมแม่ในช่วง วัยทารกแรกเกิด 0–2 ปี มีสารอาหารครบถ้วนที่สุดสำหรับการเติบโต

การเล่นและกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาร่างกาย

การเคลื่อนไหวร่างกายในวัยเด็กเล็กไม่ใช่แค่ความสนุก แต่เป็นสิ่งจำเป็น ดูรายละเอียดวิธีกระตุ้นพัฒนาการแต่ละช่วงวัยได้ที่ กิจกรรมเสริมพัฒนาการ ซึ่งรวมตั้งแต่การทำ Tummy Time ในทารกน้อยไปจนถึงกิจกรรมฝึกการทรงตัวในเด็กวัยก่อนเรียน

 

WHO แนะนำว่าเด็กอายุ 1–2 ปีควรมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 180 นาทีต่อวัน (ไม่จำเป็นต้องทำต่อเนื่อง) และไม่ควรนั่งนิ่งๆ ติดต่อกันเกิน 1 ชั่วโมง ยกเว้นเวลาหลับ

ความสัมพันธ์กับพัฒนาการด้านอื่นๆ

พัฒนาการด้านร่างกายไม่ได้เกิดขึ้นแยกเดี่ยว แต่เชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับพัฒนาการด้านอื่น เช่น เมื่อลูกเริ่มคลานและเดินสำรวจโลกได้เอง สิ่งนี้กระตุ้นให้ พัฒนาการด้านสมองและสติปัญญา ก้าวหน้าตามไปด้วย ขณะที่การเล่นร่วมกับคนอื่นผ่านกิจกรรมทางกายก็เป็นบ่อเกิดของ พัฒนาการด้านอารมณ์และสังคม ที่ดีอีกด้วย

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของ NTK GoodHealth ฟรี ที่ Tel. 082-791-6559 091-710-5596 และ LINE. @ntkgood

แหล่งอ้างอิง
  1. World Health Organization. (2022). WHO Child Growth Standards: Methods and Development. Geneva: WHO Press.
  2. American Academy of Pediatrics (AAP). (2023). Caring for Your Baby and Young Child: Birth to Age 5. Bantam Books.
  3. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). (2024). Developmental Milestones. Retrieved from cdc.gov/ncbddd/actearly
  4. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566). คู่มือส่งเสริมพัฒนาการเด็กอายุ 0–5 ปี สำหรับผู้ปกครอง. นนทบุรี: กรมอนามัย.
  5. Sheridan, M.D., Howard, J., & Alderson, D. (2008). From Birth to Five Years: Children’s Developmental Progress (4th ed.). Routledge.
  6. WHO. (2019). Guidelines on Physical Activity, Sedentary Behaviour and Sleep for Children Under 5 Years of Age. Geneva: WHO.

FAQ คำถามที่พบบ่อย

เด็กส่วนใหญ่เริ่มเดินได้ระหว่าง 9–15 เดือน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12 เดือน อย่างไรก็ตาม เด็กบางคนอาจเดินได้เร็วหรือช้ากว่านั้นเล็กน้อย ซึ่งยังถือว่าปกติ หากลูกอายุ 18 เดือนแล้วยังไม่เดิน ควรปรึกษากุมารแพทย์

ทารกแรกเกิดมองเห็นได้ตั้งแต่วันแรก แต่ยังไม่ชัด — มองได้ดีที่สุดในระยะ 20–30 เซนติเมตร และมองเห็นเป็นภาพขาว-ดำและเทาเป็นหลัก การมองเห็นสีเริ่มพัฒนาชัดเจนขึ้นในช่วง 2–3 เดือน และสายตาจะใกล้เคียงผู้ใหญ่เมื่ออายุประมาณ 6 เดือน

เด็กส่วนใหญ่เริ่มคลานได้ในช่วง 7–10 เดือน บางคนอาจเลื่อนตัวหรือก้าวตรงไปยืนโดยไม่ผ่านช่วงคลาน ซึ่งไม่ถือว่าผิดปกติ สิ่งสำคัญกว่าคือดูว่าลูกมีการเคลื่อนไหวสำรวจสิ่งรอบข้างได้ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง หากลูกนิ่งผิดปกติหรือไม่ดึงตัวขึ้นยืนเลยที่ 12 เดือน ควรปรึกษาแพทย์

ที่อายุ 3 เดือน ลูกควรสามารถ ยกหัวและส่วนอกขึ้นได้เมื่อนอนคว่ำ ติดตามวัตถุที่เคลื่อนไหวด้วยสายตา หันหาเสียงที่คุ้นเคย ยิ้มตอบสนองได้ และส่งเสียงอ้อแอ้ นอกจากนี้กำปั้นที่เคยกำแน่นจะเริ่มคลายออก และลูกจะเริ่มสำรวจมือตัวเองด้วยสายตา

ตามเกณฑ์ WHO เด็กอายุ 3 ขวบมีส่วนสูงเฉลี่ย 92–100 เซนติเมตร และน้ำหนักประมาณ 13–16 กิโลกรัม อย่างไรก็ตาม เกณฑ์ที่แท้จริงขึ้นกับกราฟพัฒนาการของเด็กแต่ละคน — สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขคือแนวโน้มการเติบโตที่สม่ำเสมอ ไม่หยุดชะงักกะทันหัน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
ntkgoodhealth-QR