สิทธิและกฎหมายคุ้มครองเด็ก
เนื้อหาหลัก

สิทธิและกฎหมายคุ้มครองเด็ก ในไทย ที่พ่อแม่ต้องรู้ |NTKGoodHealth

ประเทศไทยมีกฎหมายและกลไกคุ้มครองเด็กที่ครอบคลุมหลายมิติ ตั้งแต่ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ไปจนถึงสิทธิตามอนุสัญญาสหประชาชาติ หากพ่อแม่เข้าใจสิทธิเหล่านี้ ก็จะสามารถปกป้องลูกน้อยและเข้าถึงสวัสดิการที่พึงได้รับได้อย่างเต็มที่

เมื่อเด็กคนหนึ่งลืมตาดูโลก เขาหรือเธอไม่ได้มาพร้อมมือเปล่า — แต่มาพร้อม สิทธิ ที่รัฐและสังคมรับรองไว้ตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าจะเป็นสิทธิที่จะได้รับการดูแลสุขภาพ การศึกษา การปกป้องจากการทารุณกรรม หรือแม้แต่สิทธิที่จะมีชื่อและสัญชาติ

แต่ในความเป็นจริง พ่อแม่และผู้ปกครองจำนวนมากยังไม่ทราบว่าลูกตัวเองมีสิทธิอะไรบ้าง กฎหมายไทยคุ้มครองเด็กไว้อย่างไร และหากเกิดปัญหาขึ้น สามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้บ้าง

เราจะพาคุณทำความเข้าใจ กฎหมายคุ้มครองเด็กในไทย อย่างครอบคลุม ตั้งแต่รากฐานระดับนานาชาติ ไปจนถึงสิทธิประโยชน์ในชีวิตประจำวันที่ลูกน้อยของคุณพึงได้รับ

อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNCRC)

จุดเริ่มต้นของการคุ้มครองเด็กสมัยใหม่คือ Convention on the Rights of the Child (CRC) หรืออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ที่สหประชาชาติรับรองเมื่อปี ค.ศ. 1989 และประเทศไทยให้สัตยาบันเข้าร่วมในปี พ.ศ. 2535

อนุสัญญานี้ครอบคลุมเด็กทุกคนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ สัญชาติ หรือสถานะทางสังคม มีประเทศสมาชิกให้สัตยาบันแล้วมากกว่า 196 ประเทศ ถือเป็นสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่มีประเทศลงนามมากที่สุดในโลก

4 หลักการพื้นฐานของ UNCRC

หลักการความหมาย
Non-discriminationเด็กทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ
Best interests of the childการตัดสินใจทุกอย่างต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นหลัก
Right to life, survival & developmentเด็กมีสิทธิในชีวิต การอยู่รอด และการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ
Respect for the views of the childเด็กมีสิทธิแสดงความคิดเห็นและได้รับการรับฟัง

💡 รู้หรือไม่? แม้ไทยจะให้สัตยาบันกับ UNCRC แล้ว รัฐบาลยังมีพันธะต้องรายงานต่อคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ (UN Committee on the Rights of the Child) ทุก 5 ปี เพื่อแสดงให้เห็นว่าไทยได้ดำเนินการตามพันธกรณีอย่างไร — UNICEF Thailand 

👉 อ่านต่อ สิทธิประโยชน์และบริการสำหรับเด็กเล็ก ครบทุกมิติ

พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 รากฐานกฎหมายไทย

กฎหมายหลักที่คุ้มครองเด็กในประเทศไทยคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2547 กฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมการคุ้มครองเด็กในหลายมิติ

ขอบเขตการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.

1. นิยามของ "เด็ก" ตามกฎหมาย

กฎหมายนิยาม “เด็ก” ว่าหมายถึงบุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ยกเว้นผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส

  • สิทธิในการอยู่รอดและได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา
  • สิทธิได้รับการคุ้มครองจากการถูกทารุณกรรมทุกรูปแบบ
  • สิทธิในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมตามความเหมาะสมกับวัย
  • สิทธิได้รับบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน
การกระทำที่ห้ามบทลงโทษสูงสุด
ทอดทิ้งเด็กจำคุกไม่เกิน 3 ปี และ/หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท
ทารุณกรรมทางร่างกายหรือจิตใจจำคุกไม่เกิน 3 ปี และ/หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท
ล่วงละเมิดทางเพศเด็กจำคุกตั้งแต่ 4–20 ปี ขึ้นอยู่กับอายุเด็กและลักษณะการกระทำ
ใช้เด็กในการแสดงอนาจาร/สื่อลามกจำคุก 3–10 ปี ปรับ 60,000–200,000 บาท
ให้เด็กทำงานที่เป็นอันตรายจำคุกไม่เกิน 1 ปี และ/หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท

สิทธิ 4 หมวดหลักที่เด็กทุกคนพึงมี

นักวิชาการและองค์กรด้านสิทธิเด็กมักแบ่งสิทธิเด็กออกเป็น 4 หมวดใหญ่ ซึ่งครอบคลุมทุกด้านของชีวิต

1. สิทธิด้านสุขภาพและการอยู่รอด (Survival Rights)

เด็กทุกคนในประเทศไทยมีสิทธิได้รับ

  • บัตรทอง (สิทธิ UC) ครอบคลุมการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน รวมถึงวัคซีนตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติ
  • การตรวจสุขภาพเด็กดี (Well Child Check) ตามช่วงอายุที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุข
  • บริการส่งเสริมพัฒนาการ ผ่านคลินิกกุมารเวชและศูนย์บริการสาธารณสุข

👉 อ่านเพิ่มเติมเรื่อง บริการสาธารณสุขสำหรับเด็กเล็ก เพื่อทราบว่าลูกควรได้รับวัคซีนอะไรบ้างในแต่ละช่วงอายุ

  • สิทธิในการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี ฟรี ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
  • สิทธิเข้าถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่ดำเนินการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • สิทธิในการเล่น พักผ่อน และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางวัฒนธรรม

👉 ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล เพื่อเลือกสถานที่ที่เหมาะกับลูก

  • สิทธิได้รับการปกป้องจากการทารุณกรรม การแสวงประโยชน์ และการละเลย
  • สิทธิได้รับการปกป้องจากการค้ามนุษย์ แรงงานเด็ก และการล่วงละเมิดทางเพศ
  • สิทธิในกระบวนการยุติธรรมเฉพาะสำหรับเด็ก (ศาลเยาวชนและครอบครัว)
  • สิทธิมีชื่อ สัญชาติ และอัตลักษณ์
  • สิทธิในการแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่กระทบตนเอง
  • สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เหมาะสมกับวัย

หน่วยงานที่ทำหน้าที่คุ้มครองเด็กในไทย

การคุ้มครองเด็กในประเทศไทยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานเดียว แต่เป็นระบบที่หน่วยงานหลายฝ่ายทำงานร่วมกัน

หน่วยงานภาครัฐหลัก (กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) — กระทรวง พม.)

  • เบอร์สายด่วน: 1300 (24 ชั่วโมง)
  • เว็บไซต์: https://www.dcy.go.th
  • ทำหน้าที่: รับแจ้งเหตุเด็กถูกทารุณกรรม จัดหาบ้านพักฉุกเฉิน และดูแลเด็กที่ถูกทอดทิ้ง
  • พิจารณาคดีที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมเฉพาะ
  • มุ่งเน้นการฟื้นฟูมากกว่าการลงโทษ
  • ดูแลบริการสุขภาพแม่และเด็ก วัคซีน และการส่งเสริมพัฒนาการ
  • กำกับดูแลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงโรงเรียนอนุบาลและศูนย์เด็กเล็ก

องค์กรภาคประชาสังคมที่สำคัญ

องค์กรบทบาทช่องทางติดต่อ
มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กช่วยเหลือเด็กถูกทารุณกรรมchildprotection.or.th
UNICEF ประเทศไทยสนับสนุนนโยบายและโครงการเด็กunicef.org/thailand
มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนาพัฒนาเยาวชนชายขอบ
⚠️ หากพบเด็กถูกทารุณกรรมหรืออยู่ในอันตราย โทรแจ้งสายด่วน 1300 กรมกิจการเด็กและเยาวชน หรือ 191 ตำรวจ ได้ทันที

กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็ก

นอกจาก พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 แล้ว ยังมีกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็กโดยตรง

กฎหมายที่พ่อแม่ควรรู้จัก

1. พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550

กำหนดแนวนโยบายในการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างบูรณาการ โดยมีคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (กดยช.) เป็นกลไกหลัก

ว่าด้วยการปกครองบุตรและอำนาจปกครอง (Parental Rights) รวมถึงการรับบุตรบุญธรรมและการถอนอำนาจปกครอง

ห้ามจ้างแรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และกำหนดเงื่อนไขพิเศษสำหรับแรงงานอายุ 15–18 ปี

กำหนดบทลงโทษหนักสำหรับการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก โดยมีโทษจำคุกสูงสุดตลอดชีวิตหากเหยื่อเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี

กำหนดกระบวนการยุติธรรมเฉพาะสำหรับเด็ก มุ่งเน้นการฟื้นฟูและไม่ตีตรา

คุ้มครองเด็กจากความรุนแรงในบ้าน รวมถึงการออกคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน

เส้นแบ่งสิ่งที่พ่อแม่ควรรู้

หนึ่งในความสับสนที่พ่อแม่ไทยหลายคนเผชิญคือ คำถามว่า “วิธีการสั่งสอนที่ตนใช้อยู่” ผิดกฎหมายหรือไม่

กฎหมายไทยว่าอะไรเรื่องการลงโทษทางร่างกาย?

ปัจจุบัน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 25 ระบุว่าผู้ปกครองมีหน้าที่อบรมสั่งสอนเด็ก แต่ ห้ามใช้วิธีการที่เป็นการทารุณกรรม ซึ่งรวมถึงการทำร้ายร่างกายจนเป็นอันตรายหรือสร้างความเจ็บปวดเกินสมควร

ในปี 2566 กรมกิจการเด็กและเยาวชนได้ออกแนวปฏิบัติเพิ่มเติมสนับสนุนการเลี้ยงดูเชิงบวก (Positive Parenting) โดยไม่ใช้ความรุนแรง

✅ สิ่งที่ทำได้ vs ❌ สิ่งที่กฎหมายไม่อนุญาต

✅ การอบรมที่เหมาะสม❌ อาจเข้าข่ายทารุณกรรม
พูดคุย อธิบายเหตุผลตีหรือทำร้ายร่างกายจนมีรอยฟกช้ำ/บาดแผล
งดสิทธิพิเศษชั่วคราวกักขังหรือจำกัดเสรีภาพโดยไม่จำเป็น
ให้นั่งคิดทบทวน (Time-out)ดูถูก เหยียดหยาม หรือทำให้อับอายต่อหน้าคนอื่น
กำหนดกฎระเบียบที่ชัดเจนขู่ทำร้ายหรือสร้างความกลัวอย่างสม่ำเสมอ
ชมเชยพฤติกรรมที่ดีปฏิเสธอาหาร น้ำ หรือความอบอุ่น

💬 คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ งานวิจัยจากองค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าการเลี้ยงดูเชิงบวกไม่เพียงช่วยให้เด็กมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น แต่ยังส่งผลให้สุขภาพจิตของพ่อแม่ดีขึ้นด้วย

สิทธิประโยชน์เชิงปฏิบัติที่เด็กเล็กเข้าถึงได้ทันที

การรู้กฎหมายเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่พ่อแม่มือใหม่อยากรู้มากกว่าคือ “ลูกของฉันได้รับอะไรจากรัฐบ้างในทางปฏิบัติ?”

เงินอุดหนุนและสวัสดิการ

เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด 600 บาท/เดือน สำหรับครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ (สมาชิกในครอบครัวมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี) เด็กอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี มีสิทธิรับเงินอุดหนุนนี้

👉 อ่านรายละเอียดการสมัครและเงื่อนไขทั้งหมดได้ที่ เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ได้เงินเมื่อไหร่ สมัครอย่างไร

เด็กทุกคนที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) มีสิทธิได้รับ

  • วัคซีนตามตารางสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (EPI) ฟรีทั้งหมด
  • การตรวจสุขภาพประจำปี
  • การรักษาโรคทั่วไปในสถานพยาบาลที่ลงทะเบียน

👉 ดูตารางวัคซีนและบริการสุขภาพครบถ้วนได้ที่ บริการสาธารณสุขสำหรับเด็กเล็ก

เด็กอายุ 3–6 ปี มีสิทธิเข้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของ อปท. หรือโรงเรียนอนุบาลสังกัด สพฐ. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือเสียค่าใช้จ่ายน้อยมาก

👉 ศึกษาข้อมูลการเลือกสถานพัฒนาเด็กที่เหมาะสมได้ที่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล

กรมกิจการเด็กและเยาวชนมีระบบรับรองมาตรฐานพี่เลี้ยงเด็ก และมีฐานข้อมูลพี่เลี้ยงที่ผ่านการฝึกอบรมจากหน่วยงานรัฐ

👉 แนะนำ บริการดูแลเด็กที่บ้าน NTK GoodHealth โดยผู้เชียวชาญโดยเฉพาะ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: การหาพี่เลี้ยงเด็กที่มีคุณภาพ เลือกอย่างไรให้ลูกน้อยปลอดภัย

สิทธิเด็กไม่ใช่แค่ตัวอักษรในกฎหมาย

กฎหมายและอนุสัญญาต่าง ๆ ที่กล่าวถึงในบทความนี้ไม่ใช่แค่เอกสารที่เก็บไว้บนหิ้ง แต่คือ เครื่องมือที่พ่อแม่สามารถใช้ได้จริง เพื่อปกป้องลูก เข้าถึงสวัสดิการ และเรียกร้องสิทธิที่พึงมีเมื่อจำเป็น

สิ่งสำคัญที่สุดคือการ รับรู้ ว่าลูกของคุณมีสิทธิอะไร และ รู้จักช่องทาง ที่จะใช้สิทธิเหล่านั้น เพราะเด็กที่ได้รับการปกป้องและสนับสนุนอย่างเหมาะสมตั้งแต่วัยเล็ก คือรากฐานของสังคมที่แข็งแกร่งในอนาคต

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของ NTK GoodHealth ฟรี ที่ Tel. 082-791-6559 091-710-5596 และ LINE. @ntkgood

แหล่งอ้างอิง
  1. ราชกิจจานุเบกษา — พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 https://www.ratchakitchanubeksa.go.th
  2. UNICEF Thailand — อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก https://www.unicef.org/thailand/th/สิทธิเด็ก
  3. กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) — ข้อมูลการคุ้มครองเด็ก https://www.dcy.go.th
  4. สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) — รายงานสถานการณ์สิทธิเด็กในไทย https://www.nhrc.or.th
  5. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) — ข้อมูลสิทธิทางการศึกษา https://www.eef.or.th
  6. WHO Thailand — แนวทางการเลี้ยงดูเชิงบวกและการป้องกันความรุนแรงในเด็ก https://www.who.int/thailand
  7. ราชกิจจานุเบกษา — พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551
  8. ราชกิจจานุเบกษา — พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 29 ผู้ที่พบเห็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเด็กถูกทารุณกรรม มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องแจ้ง ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทันที หากละเว้นโดยไม่มีเหตุอันควร อาจมีความผิดตามกฎหมาย ช่องทางแจ้งได้ทันทีคือ สายด่วน 1300 หรือแจ้งตำรวจสายด่วน 191

ใช่ อนุสัญญา UNCRC และ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กของไทย ใช้หลักการ Non-discrimination ซึ่งหมายความว่าเด็กทุกคนในดินแดนไทย ไม่ว่าจะมีสัญชาติหรือสถานะใด ย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ในทางปฏิบัติ เด็กไร้สัญชาติยังมีสิทธิเข้ารับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินและการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1520 เมื่อพ่อแม่หย่าร้าง อำนาจปกครองบุตรจะตกแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายตามที่ตกลงกัน หากตกลงกันไม่ได้ ศาลจะเป็นผู้ชี้ขาดโดยคำนึงถึง ประโยชน์สูงสุดของเด็ก เป็นหลัก ไม่ใช่สิทธิของพ่อหรือแม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง นอกจากนี้ ไม่ว่าเด็กจะอยู่กับใคร อีกฝ่ายยังคงมีหน้าที่จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดู (ค่าเลี้ยงดูเด็ก)

ไม่ได้ ตาม กฎกระทรวงว่าด้วยหลักฐานการรับนักเรียน พ.ศ. 2548 สถานศึกษาไม่มีสิทธิปฏิเสธการรับเด็กเข้าเรียนเพียงเพราะไม่มีเอกสารครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเด็กไทยไร้ทะเบียน เด็กต่างด้าว หรือเด็กที่ไม่มีสัญชาติ ล้วนมีสิทธิเข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐ หากพบว่าโรงเรียนปฏิเสธ สามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือกระทรวงศึกษาธิการ

ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 73–75 และ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ พ.ศ. 2553 กำหนดว่า

  • อายุต่ำกว่า 10 ปี ไม่ต้องรับโทษทางอาญา ไม่ว่ากรณีใด
  • อายุ 10–14 ปี ศาลอาจใช้มาตรการพิเศษแทนโทษอาญา เช่น การส่งเข้าสถานแรกรับหรือสถานพินิจ
  • อายุ 15–17 ปี อาจดำเนินคดีในศาลเยาวชนและครอบครัว แต่มีมาตรการคุ้มครองพิเศษ เน้นการแก้ไขและฟื้นฟูมากกว่าการลงโทษ

เด็กจะไม่ถูกดำเนินคดีในศาลผู้ใหญ่ ยกเว้นในกรณีพิเศษที่ศาลเยาวชนส่งเรื่อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
ntkgoodhealth-QR