สิทธิและกฎหมายคุ้มครองเด็ก ในไทย ที่พ่อแม่ต้องรู้ |NTKGoodHealth
ประเทศไทยมีกฎหมายและกลไกคุ้มครองเด็กที่ครอบคลุมหลายมิติ ตั้งแต่ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ไปจนถึงสิทธิตามอนุสัญญาสหประชาชาติ หากพ่อแม่เข้าใจสิทธิเหล่านี้ ก็จะสามารถปกป้องลูกน้อยและเข้าถึงสวัสดิการที่พึงได้รับได้อย่างเต็มที่
เมื่อเด็กคนหนึ่งลืมตาดูโลก เขาหรือเธอไม่ได้มาพร้อมมือเปล่า — แต่มาพร้อม สิทธิ ที่รัฐและสังคมรับรองไว้ตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าจะเป็นสิทธิที่จะได้รับการดูแลสุขภาพ การศึกษา การปกป้องจากการทารุณกรรม หรือแม้แต่สิทธิที่จะมีชื่อและสัญชาติ
แต่ในความเป็นจริง พ่อแม่และผู้ปกครองจำนวนมากยังไม่ทราบว่าลูกตัวเองมีสิทธิอะไรบ้าง กฎหมายไทยคุ้มครองเด็กไว้อย่างไร และหากเกิดปัญหาขึ้น สามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้บ้าง
เราจะพาคุณทำความเข้าใจ กฎหมายคุ้มครองเด็กในไทย อย่างครอบคลุม ตั้งแต่รากฐานระดับนานาชาติ ไปจนถึงสิทธิประโยชน์ในชีวิตประจำวันที่ลูกน้อยของคุณพึงได้รับ
อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNCRC)
จุดเริ่มต้นของการคุ้มครองเด็กสมัยใหม่คือ Convention on the Rights of the Child (CRC) หรืออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ที่สหประชาชาติรับรองเมื่อปี ค.ศ. 1989 และประเทศไทยให้สัตยาบันเข้าร่วมในปี พ.ศ. 2535
อนุสัญญานี้ครอบคลุมเด็กทุกคนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ สัญชาติ หรือสถานะทางสังคม มีประเทศสมาชิกให้สัตยาบันแล้วมากกว่า 196 ประเทศ ถือเป็นสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่มีประเทศลงนามมากที่สุดในโลก
4 หลักการพื้นฐานของ UNCRC
| หลักการ | ความหมาย |
|---|---|
| Non-discrimination | เด็กทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ |
| Best interests of the child | การตัดสินใจทุกอย่างต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นหลัก |
| Right to life, survival & development | เด็กมีสิทธิในชีวิต การอยู่รอด และการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ |
| Respect for the views of the child | เด็กมีสิทธิแสดงความคิดเห็นและได้รับการรับฟัง |
💡 รู้หรือไม่? แม้ไทยจะให้สัตยาบันกับ UNCRC แล้ว รัฐบาลยังมีพันธะต้องรายงานต่อคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ (UN Committee on the Rights of the Child) ทุก 5 ปี เพื่อแสดงให้เห็นว่าไทยได้ดำเนินการตามพันธกรณีอย่างไร — UNICEF Thailand
👉 อ่านต่อ สิทธิประโยชน์และบริการสำหรับเด็กเล็ก ครบทุกมิติ
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 รากฐานกฎหมายไทย
กฎหมายหลักที่คุ้มครองเด็กในประเทศไทยคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2547 กฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมการคุ้มครองเด็กในหลายมิติ
ขอบเขตการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.
1. นิยามของ "เด็ก" ตามกฎหมาย
กฎหมายนิยาม “เด็ก” ว่าหมายถึงบุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ยกเว้นผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
2. สิทธิพื้นฐานที่รัฐต้องจัดให้ (มาตรา 23)
- สิทธิในการอยู่รอดและได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา
- สิทธิได้รับการคุ้มครองจากการถูกทารุณกรรมทุกรูปแบบ
- สิทธิในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมตามความเหมาะสมกับวัย
- สิทธิได้รับบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน
3. ข้อห้ามและบทลงโทษสำหรับผู้กระทำผิด
| การกระทำที่ห้าม | บทลงโทษสูงสุด |
|---|---|
| ทอดทิ้งเด็ก | จำคุกไม่เกิน 3 ปี และ/หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท |
| ทารุณกรรมทางร่างกายหรือจิตใจ | จำคุกไม่เกิน 3 ปี และ/หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท |
| ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก | จำคุกตั้งแต่ 4–20 ปี ขึ้นอยู่กับอายุเด็กและลักษณะการกระทำ |
| ใช้เด็กในการแสดงอนาจาร/สื่อลามก | จำคุก 3–10 ปี ปรับ 60,000–200,000 บาท |
| ให้เด็กทำงานที่เป็นอันตราย | จำคุกไม่เกิน 1 ปี และ/หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท |
สิทธิ 4 หมวดหลักที่เด็กทุกคนพึงมี
นักวิชาการและองค์กรด้านสิทธิเด็กมักแบ่งสิทธิเด็กออกเป็น 4 หมวดใหญ่ ซึ่งครอบคลุมทุกด้านของชีวิต
1. สิทธิด้านสุขภาพและการอยู่รอด (Survival Rights)
เด็กทุกคนในประเทศไทยมีสิทธิได้รับ
- บัตรทอง (สิทธิ UC) ครอบคลุมการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน รวมถึงวัคซีนตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติ
- การตรวจสุขภาพเด็กดี (Well Child Check) ตามช่วงอายุที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุข
- บริการส่งเสริมพัฒนาการ ผ่านคลินิกกุมารเวชและศูนย์บริการสาธารณสุข
👉 อ่านเพิ่มเติมเรื่อง บริการสาธารณสุขสำหรับเด็กเล็ก เพื่อทราบว่าลูกควรได้รับวัคซีนอะไรบ้างในแต่ละช่วงอายุ
2. สิทธิด้านการพัฒนา (Development Rights)
- สิทธิในการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี ฟรี ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
- สิทธิเข้าถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่ดำเนินการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- สิทธิในการเล่น พักผ่อน และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางวัฒนธรรม
👉 ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล เพื่อเลือกสถานที่ที่เหมาะกับลูก
3. สิทธิด้านการคุ้มครอง (Protection Rights)
- สิทธิได้รับการปกป้องจากการทารุณกรรม การแสวงประโยชน์ และการละเลย
- สิทธิได้รับการปกป้องจากการค้ามนุษย์ แรงงานเด็ก และการล่วงละเมิดทางเพศ
- สิทธิในกระบวนการยุติธรรมเฉพาะสำหรับเด็ก (ศาลเยาวชนและครอบครัว)
4. สิทธิด้านการมีส่วนร่วม (Participation Rights)
- สิทธิมีชื่อ สัญชาติ และอัตลักษณ์
- สิทธิในการแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่กระทบตนเอง
- สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เหมาะสมกับวัย
หน่วยงานที่ทำหน้าที่คุ้มครองเด็กในไทย
การคุ้มครองเด็กในประเทศไทยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานเดียว แต่เป็นระบบที่หน่วยงานหลายฝ่ายทำงานร่วมกัน
หน่วยงานภาครัฐหลัก (กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) — กระทรวง พม.)
- เบอร์สายด่วน: 1300 (24 ชั่วโมง)
- เว็บไซต์: https://www.dcy.go.th
- ทำหน้าที่: รับแจ้งเหตุเด็กถูกทารุณกรรม จัดหาบ้านพักฉุกเฉิน และดูแลเด็กที่ถูกทอดทิ้ง
ศาลเยาวชนและครอบครัว
- พิจารณาคดีที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมเฉพาะ
- มุ่งเน้นการฟื้นฟูมากกว่าการลงโทษ
กระทรวงสาธารณสุข
- ดูแลบริการสุขภาพแม่และเด็ก วัคซีน และการส่งเสริมพัฒนาการ
กระทรวงศึกษาธิการ
- กำกับดูแลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงโรงเรียนอนุบาลและศูนย์เด็กเล็ก
องค์กรภาคประชาสังคมที่สำคัญ
องค์กรภาคประชาสังคมที่สำคัญ
| องค์กร | บทบาท | ช่องทางติดต่อ |
|---|---|---|
| มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก | ช่วยเหลือเด็กถูกทารุณกรรม | childprotection.or.th |
| UNICEF ประเทศไทย | สนับสนุนนโยบายและโครงการเด็ก | unicef.org/thailand |
| มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา | พัฒนาเยาวชนชายขอบ | — |
กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็ก
นอกจาก พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 แล้ว ยังมีกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็กโดยตรง
กฎหมายที่พ่อแม่ควรรู้จัก
1. พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550
กำหนดแนวนโยบายในการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างบูรณาการ โดยมีคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (กดยช.) เป็นกลไกหลัก
2. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ปพพ.) มาตรา 1557–1598
ว่าด้วยการปกครองบุตรและอำนาจปกครอง (Parental Rights) รวมถึงการรับบุตรบุญธรรมและการถอนอำนาจปกครอง
3. พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไข
ห้ามจ้างแรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และกำหนดเงื่อนไขพิเศษสำหรับแรงงานอายุ 15–18 ปี
4. พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551
กำหนดบทลงโทษหนักสำหรับการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก โดยมีโทษจำคุกสูงสุดตลอดชีวิตหากเหยื่อเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี
5. พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553
กำหนดกระบวนการยุติธรรมเฉพาะสำหรับเด็ก มุ่งเน้นการฟื้นฟูและไม่ตีตรา
6. พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550
คุ้มครองเด็กจากความรุนแรงในบ้าน รวมถึงการออกคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน
เส้นแบ่งสิ่งที่พ่อแม่ควรรู้
หนึ่งในความสับสนที่พ่อแม่ไทยหลายคนเผชิญคือ คำถามว่า “วิธีการสั่งสอนที่ตนใช้อยู่” ผิดกฎหมายหรือไม่
กฎหมายไทยว่าอะไรเรื่องการลงโทษทางร่างกาย?ปัจจุบัน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 25 ระบุว่าผู้ปกครองมีหน้าที่อบรมสั่งสอนเด็ก แต่ ห้ามใช้วิธีการที่เป็นการทารุณกรรม ซึ่งรวมถึงการทำร้ายร่างกายจนเป็นอันตรายหรือสร้างความเจ็บปวดเกินสมควร
ในปี 2566 กรมกิจการเด็กและเยาวชนได้ออกแนวปฏิบัติเพิ่มเติมสนับสนุนการเลี้ยงดูเชิงบวก (Positive Parenting) โดยไม่ใช้ความรุนแรง
✅ สิ่งที่ทำได้ vs ❌ สิ่งที่กฎหมายไม่อนุญาต
| ✅ การอบรมที่เหมาะสม | ❌ อาจเข้าข่ายทารุณกรรม |
|---|---|
| พูดคุย อธิบายเหตุผล | ตีหรือทำร้ายร่างกายจนมีรอยฟกช้ำ/บาดแผล |
| งดสิทธิพิเศษชั่วคราว | กักขังหรือจำกัดเสรีภาพโดยไม่จำเป็น |
| ให้นั่งคิดทบทวน (Time-out) | ดูถูก เหยียดหยาม หรือทำให้อับอายต่อหน้าคนอื่น |
| กำหนดกฎระเบียบที่ชัดเจน | ขู่ทำร้ายหรือสร้างความกลัวอย่างสม่ำเสมอ |
| ชมเชยพฤติกรรมที่ดี | ปฏิเสธอาหาร น้ำ หรือความอบอุ่น |
💬 คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ งานวิจัยจากองค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าการเลี้ยงดูเชิงบวกไม่เพียงช่วยให้เด็กมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น แต่ยังส่งผลให้สุขภาพจิตของพ่อแม่ดีขึ้นด้วย
สิทธิประโยชน์เชิงปฏิบัติที่เด็กเล็กเข้าถึงได้ทันที
การรู้กฎหมายเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่พ่อแม่มือใหม่อยากรู้มากกว่าคือ “ลูกของฉันได้รับอะไรจากรัฐบ้างในทางปฏิบัติ?”
เงินอุดหนุนและสวัสดิการ
เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด 600 บาท/เดือน สำหรับครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ (สมาชิกในครอบครัวมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี) เด็กอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี มีสิทธิรับเงินอุดหนุนนี้
👉 อ่านรายละเอียดการสมัครและเงื่อนไขทั้งหมดได้ที่ เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ได้เงินเมื่อไหร่ สมัครอย่างไร
บริการสุขภาพฟรีสำหรับเด็ก
เด็กทุกคนที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) มีสิทธิได้รับ
- วัคซีนตามตารางสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (EPI) ฟรีทั้งหมด
- การตรวจสุขภาพประจำปี
- การรักษาโรคทั่วไปในสถานพยาบาลที่ลงทะเบียน
👉 ดูตารางวัคซีนและบริการสุขภาพครบถ้วนได้ที่ บริการสาธารณสุขสำหรับเด็กเล็ก
การศึกษาปฐมวัย
เด็กอายุ 3–6 ปี มีสิทธิเข้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของ อปท. หรือโรงเรียนอนุบาลสังกัด สพฐ. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือเสียค่าใช้จ่ายน้อยมาก
👉 ศึกษาข้อมูลการเลือกสถานพัฒนาเด็กที่เหมาะสมได้ที่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล
บริการพี่เลี้ยงเด็กมาตรฐาน
กรมกิจการเด็กและเยาวชนมีระบบรับรองมาตรฐานพี่เลี้ยงเด็ก และมีฐานข้อมูลพี่เลี้ยงที่ผ่านการฝึกอบรมจากหน่วยงานรัฐ
👉 แนะนำ บริการดูแลเด็กที่บ้าน NTK GoodHealth โดยผู้เชียวชาญโดยเฉพาะ
อ่านเพิ่มเติมได้ที่: การหาพี่เลี้ยงเด็กที่มีคุณภาพ เลือกอย่างไรให้ลูกน้อยปลอดภัย
สิทธิเด็กไม่ใช่แค่ตัวอักษรในกฎหมาย
กฎหมายและอนุสัญญาต่าง ๆ ที่กล่าวถึงในบทความนี้ไม่ใช่แค่เอกสารที่เก็บไว้บนหิ้ง แต่คือ เครื่องมือที่พ่อแม่สามารถใช้ได้จริง เพื่อปกป้องลูก เข้าถึงสวัสดิการ และเรียกร้องสิทธิที่พึงมีเมื่อจำเป็น
สิ่งสำคัญที่สุดคือการ รับรู้ ว่าลูกของคุณมีสิทธิอะไร และ รู้จักช่องทาง ที่จะใช้สิทธิเหล่านั้น เพราะเด็กที่ได้รับการปกป้องและสนับสนุนอย่างเหมาะสมตั้งแต่วัยเล็ก คือรากฐานของสังคมที่แข็งแกร่งในอนาคต
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของ NTK GoodHealth ฟรี ที่ Tel. 082-791-6559 / 091-710-5596 และ LINE. @ntkgood
แหล่งอ้างอิง
- ราชกิจจานุเบกษา — พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 https://www.ratchakitchanubeksa.go.th
- UNICEF Thailand — อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก https://www.unicef.org/thailand/th/สิทธิเด็ก
- กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) — ข้อมูลการคุ้มครองเด็ก https://www.dcy.go.th
- สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) — รายงานสถานการณ์สิทธิเด็กในไทย https://www.nhrc.or.th
- กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) — ข้อมูลสิทธิทางการศึกษา https://www.eef.or.th
- WHO Thailand — แนวทางการเลี้ยงดูเชิงบวกและการป้องกันความรุนแรงในเด็ก https://www.who.int/thailand
- ราชกิจจานุเบกษา — พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551
- ราชกิจจานุเบกษา — พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553
FAQ คำถามที่พบบ่อย
1. หากพบเด็กถูกทารุณกรรม คนทั่วไปต้องทำอะไรบ้าง?
ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 29 ผู้ที่พบเห็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเด็กถูกทารุณกรรม มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องแจ้ง ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทันที หากละเว้นโดยไม่มีเหตุอันควร อาจมีความผิดตามกฎหมาย ช่องทางแจ้งได้ทันทีคือ สายด่วน 1300 หรือแจ้งตำรวจสายด่วน 191
2. เด็กต่างด้าวที่เกิดในไทยมีสิทธิได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายไทยหรือไม่?
ใช่ อนุสัญญา UNCRC และ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กของไทย ใช้หลักการ Non-discrimination ซึ่งหมายความว่าเด็กทุกคนในดินแดนไทย ไม่ว่าจะมีสัญชาติหรือสถานะใด ย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ในทางปฏิบัติ เด็กไร้สัญชาติยังมีสิทธิเข้ารับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินและการศึกษาขั้นพื้นฐาน
3. ถ้าพ่อแม่หย่าร้าง ลูกมีสิทธิอยู่กับใคร?
ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1520 เมื่อพ่อแม่หย่าร้าง อำนาจปกครองบุตรจะตกแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายตามที่ตกลงกัน หากตกลงกันไม่ได้ ศาลจะเป็นผู้ชี้ขาดโดยคำนึงถึง ประโยชน์สูงสุดของเด็ก เป็นหลัก ไม่ใช่สิทธิของพ่อหรือแม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง นอกจากนี้ ไม่ว่าเด็กจะอยู่กับใคร อีกฝ่ายยังคงมีหน้าที่จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดู (ค่าเลี้ยงดูเด็ก)
4. โรงเรียนมีสิทธิปฏิเสธไม่รับเด็กที่ไม่มีทะเบียนบ้านหรือเอกสารไม่ครบได้ไหม?
ไม่ได้ ตาม กฎกระทรวงว่าด้วยหลักฐานการรับนักเรียน พ.ศ. 2548 สถานศึกษาไม่มีสิทธิปฏิเสธการรับเด็กเข้าเรียนเพียงเพราะไม่มีเอกสารครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเด็กไทยไร้ทะเบียน เด็กต่างด้าว หรือเด็กที่ไม่มีสัญชาติ ล้วนมีสิทธิเข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐ หากพบว่าโรงเรียนปฏิเสธ สามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือกระทรวงศึกษาธิการ
5. อายุเท่าไหร่ที่เด็กสามารถถูกดำเนินคดีอาญาได้?
ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 73–75 และ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ พ.ศ. 2553 กำหนดว่า
- อายุต่ำกว่า 10 ปี ไม่ต้องรับโทษทางอาญา ไม่ว่ากรณีใด
- อายุ 10–14 ปี ศาลอาจใช้มาตรการพิเศษแทนโทษอาญา เช่น การส่งเข้าสถานแรกรับหรือสถานพินิจ
- อายุ 15–17 ปี อาจดำเนินคดีในศาลเยาวชนและครอบครัว แต่มีมาตรการคุ้มครองพิเศษ เน้นการแก้ไขและฟื้นฟูมากกว่าการลงโทษ
เด็กจะไม่ถูกดำเนินคดีในศาลผู้ใหญ่ ยกเว้นในกรณีพิเศษที่ศาลเยาวชนส่งเรื่อง