โรคพาร์กินสันในผู้สูงอายุ
เนื้อหาหลัก

โรคพาร์กินสัน คืออะไร อันตรายไหม และดูแลอย่างไร | NTKGoodHealth

         โรคพาร์กินสันเป็นหนึ่งใน โรคและภาวะที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ที่หลายครอบครัวเริ่มพบมากขึ้นในสังคมสูงวัยของประเทศไทย หลายคนอาจเคยเห็นผู้สูงอายุมีอาการมือสั่น แขนสั่นข้างเดียว เดินช้า หรือมีอาการเกร็ง แต่ยังไม่แน่ใจว่าใช่โรคพาร์กินสันหรือไม่ บางคนกังวลว่า โรคพาร์กินสัน อันตรายไหม, พาร์กินสัน มีกี่ระยะ, หรือ พาร์กินสัน อยู่ได้กี่ปี

NTK GoodHealth จะพาคุณทำความเข้าใจ โรคพาร์กินสันคืออะไร ตั้งแต่สาเหตุ อาการ ระยะของโรค ผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ไปจนถึงแนวทางดูแลผู้สูงอายุอย่างเหมาะสม เพื่อให้ทั้งผู้ป่วยและครอบครัวสามารถรับมือกับโรคนี้ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

โรคพาร์กินสัน คืออะไร? (Parkinson’s Disease)

โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease) เป็นโรคทางระบบประสาทเรื้อรังที่เกิดจากการเสื่อมของเซลล์ประสาทในสมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะบริเวณที่สร้างสารโดพามีน (Dopamine) เมื่อสมองขาดโดพามีน การสั่งงานกล้ามเนื้อจึงผิดปกติ ทำให้เกิดอาการสั่น แข็ง เกร็ง และเคลื่อนไหวช้าลง

คำว่า disease คือ ภาวะความผิดปกติของร่างกายหรือจิตใจที่มีสาเหตุชัดเจน และต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโรคพาร์กินสันก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้

parkinsonism คืออะไร? ต่างจากพาร์กินสันหรือไม่?

หลายคนอาจเคยเห็นคำว่า parkinsonism คืออะไร และสงสัยว่าต่างจากโรคพาร์กินสันหรือไม่

คำว่า Parkinsonism เป็นคำเรียกรวมกลุ่มอาการที่คล้ายพาร์กินสัน เช่น อาการสั่น (tremor), กล้ามเนื้อแข็ง (rigidity), เคลื่อนไหวช้า แต่ ไม่จำเป็นต้องเป็นโรคพาร์กินสันแท้ อาจเกิดจากยา โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคทางระบบประสาทอื่น ๆ

ดังนั้น ผู้สูงอายุที่มีอาการสั่นหรือแขนสั่นข้างเดียว ควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อแยกสาเหตุอย่างถูกต้อง

สันนิบาต คือโรคอะไร? เกี่ยวข้องกับพาร์กินสันไหม?

คำว่า สันนิบาต คือโรคอะไร หรือ โรคสันนิบาต เป็นคำโบราณที่คนไทยใช้เรียกอาการเจ็บป่วยรุนแรงเกี่ยวกับระบบประสาท เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต หรืออาการชักเกร็ง

ในทางการแพทย์สมัยใหม่ สันนิบาตไม่ใช่ชื่อโรคพาร์กินสันโดยตรง แต่บางอาการอาจถูกนำมาเรียกปะปนกัน เช่น ตัวแข็ง เกร็ง หรือเคลื่อนไหวผิดปกติ

อาการของโรคพาร์กินสันในผู้สูงอายุ

อาการสั่น เกิดจากอะไร

หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ อาการสั่นเกิดจากอะไร
ในโรคพาร์กินสัน อาการสั่น (tremor คือ / tremors คือ) มักเกิดขณะอยู่นิ่ง เช่น นั่งเฉย ๆ แล้วมือสั่น และจะดีขึ้นเมื่อเริ่มขยับ

อาการที่พบได้บ่อย

  • หัวสั่นเกิดจากอะไร / อาการหัวสั่น เกิดจากอะไร

  • ขาสั่นเกิดจากอะไร / อาการขาสั่น เกิดจากอะไร

  • แขนสั่นข้างเดียว / แขน สั่น ข้าง เดียว (เป็นลักษณะเด่นของพาร์กินสันระยะเริ่มต้น)

  • ขาสั่น ๆ เดินไม่มั่นคง

คำว่า ขาสั่น ภาษาอังกฤษ ใช้ว่า leg tremor

อาการสั่นเฉพาะจุดที่พบได้บ่อย

ผู้สูงอายุบางรายอาจไม่ได้มีมือสั่นชัดเจน แต่มีอาการเฉพาะจุด เช่น

  • คางสั่น / คาง สั่น

  • ปากสั่น / ปากสั่นเกิดจากอะไร

อาการเหล่านี้อาจดูเล็กน้อย แต่เป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ไม่ควรมองข้าม

อาการอื่น ๆ ที่พบร่วม

นอกจากอาการสั่น ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันมักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น

  • กล้ามเนื้อแข็ง เกร็ง (rigidity คือ / rigidityคือ)

  • เคลื่อนไหวช้า ลุกนั่งลำบาก

  • เดินตัวงอ ก้าวสั้น

  • สีหน้าไม่แสดงอารมณ์

  • อาการเพ้อของคนป่วย ในบางราย

  • อาการชักเกร็งในผู้สูงอายุ (พบได้น้อย แต่ต้องแยกโรค)

พาร์กินสัน มีกี่ระยะ

คำถามที่พบบ่อยมากคือ พาร์กินสัน มีกี่ระยะ / พาร์ กิน สัน มี กี่ ระยะ / พาร์กินสัน มีกี่ระยะ โดยทั่วไปแพทย์แบ่งโรคพาร์กินสันออกเป็น 5 ระยะ

  • อาการเล็กน้อย

  • มักเริ่มสั่นข้างเดียว เช่น แขนสั่นข้างเดียว

  • ยังใช้ชีวิตประจำวันได้เกือบปกติ

  • อาการสั่นและเกร็งเริ่มเป็นทั้งสองข้าง

  • เดินช้าลง แต่ยังไม่ล้มง่าย

  • เริ่มเสียการทรงตัว

  • เสี่ยงต่อการหกล้ม

  • ต้องระวังมากขึ้นในชีวิตประจำวัน

  • อาการรุนแรง

  • เดินลำบาก ต้องใช้คนช่วย

  • กล้ามเนื้อแข็งมาก

  • ไม่สามารถเดินเองได้

  • มักต้องนอนติดเตียง

  • ต้องพึ่งพาผู้ดูแลตลอดเวลา

โรคพาร์กินสัน อันตรายไหม?

โรคพาร์กินสัน ไม่ใช่โรคติดต่อ และไม่ใช่มะเร็ง แต่เป็นโรคเรื้อรังที่ค่อย ๆ ดำเนินไป หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น

  • หกล้ม กระดูกหัก

  • ปอดอักเสบจากการสำลัก

  • ภาวะติดเตียง

สิ่งสำคัญคือการดูแลต่อเนื่องและเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก

พาร์กินสัน อยู่ได้กี่ปี และพาร์กินสัน เสียชีวิตหรือไม่?

โดยทั่วไป ผู้ป่วยพาร์กินสัน สามารถมีอายุยืนใกล้เคียงคนปกติ หากได้รับการรักษาและดูแลอย่างเหมาะสม การเสียชีวิตมักไม่ได้เกิดจากโรคโดยตรง แต่เกิดจากภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ หรือการหกล้ม

ผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ขับรถได้ไหม?

ในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยบางรายยังสามารถขับรถได้ หาก

  • อาการสั่นและเกร็งยังไม่รุนแรง

  • ปฏิกิริยาตอบสนองยังดี

  • แพทย์ประเมินแล้วว่าปลอดภัย

แต่เมื่อโรคลุกลาม การขับรถอาจเสี่ยงอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น ควรหยุดขับและหาทางเลือกอื่นแทน

แนวทางดูแลผู้สูงอายุที่เป็นโรคพาร์กินสัน

การดูแลผู้ป่วยพาร์กินสันควรเป็นแบบองค์รวม เชื่อมโยงกับแนวคิด โรคและภาวะที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ได้แก่

  • การกินยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ

  • กายภาพบำบัดเพื่อชะลอการเกร็ง

  • ปรับบ้านให้ปลอดภัย ลดความเสี่ยงการล้ม

  • การดูแลด้านจิตใจ ลดภาวะซึมเศร้า

  • มีผู้ดูแลหรือบริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านเมื่อจำเป็น

โรคพาร์กินสันเป็นหนึ่งใน โรคชรา / โรคชราภาพ ที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แม้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การรู้เท่าทันอาการ เข้าใจระยะของโรค และดูแลอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และลดภาระของครอบครัวได้อย่างมาก

แหล่งอ้างอิง
  1. Parkinson’s Foundation – Parkinson’s Disease Overview
    https://www.parkinson.org

  2. National Institute on Aging (NIA) – Parkinson’s Disease
    https://www.nia.nih.gov/health/parkinsons-disease

  3. Mayo Clinic – Parkinson’s disease
    https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/parkinsons-disease

  4. NHS (UK) – Parkinson’s disease
    https://www.nhs.uk/conditions/parkinsons-disease

  5. World Health Organization (WHO) – Neurological disorders
    https://www.who.int/health-topics/neurological-disorders

FAQ คำถามที่พบบ่อย

เป็นโรคทางระบบประสาทที่เกิดจากสมองขาดโดพามีน ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว

อาจใช่หรือไม่ใช่ ควรให้แพทย์วินิจฉัย

โดยทั่วไปแบ่งเป็น 5 ระยะ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นถึงระยะสุดท้าย

ไม่อันตรายทันที แต่มีภาวะแทรกซ้อนหากไม่ดูแลเหมาะสม

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
ntkgoodhealth-QR