บริการสาธารณสุขสำหรับเด็กเล็ก
เนื้อหาหลัก

บริการสาธารณสุขสำหรับเด็กเล็ก สิทธิที่พ่อแม่ต้องรู้ตั้งแต่วันแรกเกิด | NTKGoodHealth

          เด็กไทยทุกคนมีสิทธิเข้าถึงบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐานตั้งแต่แรกเกิด ไม่ว่าจะเป็นวัคซีน การตรวจพัฒนาการ หรือทันตกรรมป้องกัน ทั้งหมดนี้ครอบคลุมภายใต้สิทธิบัตรทองของ สปสช. โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ช่วงวัย 0–5 ปี คือหน้าต่างทองของพัฒนาการมนุษย์ สมองเด็กเติบโตเร็วที่สุดในช่วงนี้ การดูแลสุขภาพที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่คือรากฐานที่จะส่งผลต่อชีวิตเด็กไปตลอด

หลายครอบครัวไม่รู้ว่า รัฐไทยจัดสรรบริการสุขภาพให้เด็กเล็กมากกว่าที่คิด ทั้งการฉีดวัคซีนฟรี การตรวจร่างกายตามช่วงวัย ไปจนถึงการคัดกรองโรคพิการตั้งแต่กำเนิด บทความนี้รวบรวมทุกสิทธิที่พ่อแม่ควรรู้ พร้อมบอกวิธีเข้าถึงแบบครบจบในที่เดียว

สิทธิขั้นพื้นฐาน เด็กทุกคนมีบัตรทองตั้งแต่แรกเกิด

เด็กไทยทุกคนที่ไม่มีสิทธิข้าราชการหรือประกันสังคมจะได้รับ สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) โดยอัตโนมัติ ซึ่งนับตั้งแต่คุณแม่เริ่มฝากครรภ์จนถึงเด็กโตเต็มวัย

สปสช. แบ่งสิทธิประโยชน์เด็กออกเป็น 2 กลุ่มหลัก:

กลุ่มวัยช่วงอายุจุดเน้น
เด็กเล็กตั้งแต่ในครรภ์ – 5 ปีฝากครรภ์ ฉีดวัคซีน ตรวจพัฒนาการ ทันตกรรม
เด็กโต-วัยรุ่น6 – 24 ปีสุขภาพช่องปาก สุขภาพจิต วัคซีน HPV

อ่านเพิ่มเติม: เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด สิทธิที่พ่อแม่รับได้ทันทีหลังคลอด

8 สิทธิประโยชน์ด้านสาธารณสุขสำหรับเด็กเล็ก (0–5 ปี)

สปสช. ระบุสิทธิประโยชน์สำหรับเด็กเล็กภายใต้บัตรทองไว้อย่างชัดเจน ดังนี้

1. วัคซีนพื้นฐานครบชุด (ฟรีทุกเข็ม)

กระทรวงสาธารณสุขกำหนดตารางวัคซีนพื้นฐานที่เด็กไทยทุกคนควรได้รับโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคปี 2566 ซึ่งครอบคลุมวัคซีนสำคัญ ดังนี้

ช่วงอายุ วัคซีนที่ได้รับ
แรกเกิด BCG (วัณโรค), HBV เข็มแรก (ตับอักเสบ บี)
2 เดือน DTP-HB-Hib (คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ตับอักเสบบี เยื่อหุ้มสมอง), OPV/IPV (โปลิโอ), RV (โรต้า)
4 เดือน DTP-HB-Hib เข็ม 2, OPV/IPV เข็ม 2, RV เข็ม 2
6 เดือน DTP-HB-Hib เข็ม 3, OPV เข็ม 3, ไข้หวัดใหญ่
9–12 เดือน MMR (หัด หัดเยอรมัน คางทูม), JE (ไข้สมองอักเสบเจอี)
18 เดือน DTP เข็มกระตุ้น, OPV เข็มกระตุ้น, MMR เข็ม 2
2.5 ปี JE เข็มกระตุ้น
4 ปี DTP เข็มกระตุ้น, OPV เข็มกระตุ้น

แหล่งอ้างอิง: แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค กระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 — กรมควบคุมโรค

เคล็ดลับ: พกสมุดสุขภาพแม่และเด็ก (สมุดสีชมพู) ทุกครั้งที่พาลูกไปโรงพยาบาล จะช่วยให้เจ้าหน้าที่บันทึกวัคซีนได้ถูกต้องและครบถ้วน

เมื่อต้นปี 2567 สปสช. ประกาศเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับทารกแรกเกิดอีก 4 รายการ ได้แก่

  1. คัดกรองการได้ยิน — ตรวจตั้งแต่ในห้องคลอด เพื่อตรวจพบภาวะหูตึงแต่กำเนิดโดยเร็ว
  2. คัดกรองโรคพันธุกรรมเมตาบอลิก — ตรวจเลือดส้นเท้าทารก ครอบคลุมโรคพันธุกรรมที่รักษาได้หากพบเร็ว
  3. คัดกรองภาวะหัวใจพิการตั้งแต่กำเนิด — ตรวจวัดออกซิเจนในเลือดก่อนออกจากโรงพยาบาล
  4. ดูแลภาวะความดันเลือดในปอดสูงในทารกแรกเกิด — ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลในกรณีฉุกเฉิน

แหล่งอ้างอิง: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มกราคม 2567

คลินิกสุขภาพเด็กดี หรือ WCC คือหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพเด็กเชิงป้องกัน โรงพยาบาลรัฐและสถานีอนามัยทั่วประเทศจัดบริการนี้ฟรีสำหรับผู้ถือสิทธิบัตรทอง โดยครอบคลุม

  • ตรวจร่างกายตามช่วงวัย — วัดน้ำหนัก ส่วนสูง รอบศีรษะ เทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน
  • ประเมินพัฒนาการ — ใช้แบบประเมิน DSPM (Developmental Surveillance and Promotion Manual) ครอบคลุมทักษะการเคลื่อนไหว ภาษา การช่วยเหลือตนเอง และสังคม
  • ฉีดวัคซีนตามตาราง — บันทึกในสมุดสุขภาพทุกครั้ง
  • ให้คำปรึกษาโภชนาการ — แนะนำการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารตามวัย
  • ตรวจคัดกรองปัญหาสายตาและการได้ยิน

บริการ WCC แนะนำให้พาลูกมาตรวจตามนัดทุกครั้ง: อายุ 1, 2, 4, 6, 9, 12, 15, 18, 24, 30, 36, 42, 48 และ 60 เดือน

เด็กอายุ 6 เดือน – 5 ปี ที่ตรวจพบว่าเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจาง จะได้รับ ยาน้ำเสริมธาตุเหล็ก โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนทารกที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อ HIV จะได้รับ ยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อ ครอบคลุมภายใต้สิทธิบัตรทองเช่นกัน

สปสช. ครอบคลุมบริการทันตกรรมสำหรับเด็กเล็กดังนี้

  • ตรวจช่องปาก และประเมินความเสี่ยงฟันผุ
  • เคลือบฟลูออไรด์ เพื่อป้องกันฟันผุในเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี
  • ให้คำแนะนำ การแปรงฟันลูกน้อยอย่างถูกวิธี

สปสช. ครอบคลุมบริการทันตกรรมสำหรับเด็กเล็กดังนี้

เด็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะขาดสารอาหาร เช่น ขาดวิตามินเอ หรือมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ จะได้รับยาและอาหารเสริมภายใต้โครงการส่งเสริมโภชนาการของกระทรวงสาธารณสุข

เด็กที่ตรวจพบพัฒนาการล่าช้าหรือสงสัยว่ามีความต้องการพิเศษ จะได้รับการส่งต่อไปยัง คลินิกพัฒนาการและพฤติกรรม โดยไม่ต้องรอนาน และครอบคลุมค่าบริการภายใต้สิทธิบัตรทอง ซึ่งรวมถึงการบำบัดการพูด กายภาพบำบัด และกิจกรรมบำบัด

ระบบ "30 บาท รักษาทุกที่" กับเด็กเล็ก

ตั้งแต่ต้นปี 2568 นโยบาย 30 บาท รักษาทุกที่ ขยายครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว หมายความว่าพ่อแม่สามารถพาลูกไปรับบริการที่โรงพยาบาลรัฐ ทุกแห่งทั่วประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ใบส่งตัว สำหรับบริการเบื้องต้น เช่น

  • การฉีดวัคซีนตามตาราง
  • การตรวจสุขภาพที่คลินิกเด็กดี
  • การรักษาโรคทั่วไป

ติดต่อสอบถาม สายด่วน สปสช. โทร 1330 หรือตรวจสอบสิทธิผ่านแอป NHSO ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ศูนย์กลางบริการเฉพาะทาง

สำหรับเด็กที่มีอาการซับซ้อนหรือต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง สถาบันสุขภาพเด็กมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก กรุงเทพฯ) เป็นศูนย์ระดับชาติที่ให้บริการครบวงจร ได้แก่

  • คลินิกพัฒนาการและพฤติกรรม
  • คลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น
  • คลินิกโรคหัวใจเด็ก
  • คลินิกต่อมไร้ท่อและเบาหวาน
  • คลินิกฝึกพูดและตรวจการได้ยิน
  • คลินิกโรคภูมิแพ้

สายด่วน: 1415 | ค่าบริการ: 350 บาท (สามารถใช้สิทธิบัตรทองได้กรณีมีใบส่งตัว)

บริการสาธารณสุขเชิงรุก อสม. และศูนย์บริการสาธารณสุขชุมชน

นอกจากโรงพยาบาล ยังมีโครงสร้างดูแลสุขภาพเด็กในชุมชน ได้แก่

อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทำหน้าที่

  • ติดตามเด็กในชุมชนที่ขาดนัดฉีดวัคซีน
  • ชั่งน้ำหนักและตรวจพัฒนาการเบื้องต้นในศูนย์เด็กเล็ก
  • ส่งต่อเด็กที่มีปัญหาสุขภาพไปยังสถานพยาบาล
  • ฉีดวัคซีนตามตาราง
  • คลินิกเด็กดีระดับชุมชน
  • ให้คำปรึกษาโภชนาการและการเลี้ยงลูก

อ่านต่อ: ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล เลือกอย่างไรให้เหมาะกับลูก

สัญญาณที่ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที

แม้บริการเชิงป้องกันจะสำคัญ แต่พ่อแม่ควรรู้สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์

ทารกแรกเกิด – 3 เดือน

  • ไข้สูงเกิน 38°C
  • หยุดหายใจ หรือหายใจเร็วผิดปกติ
  • ดูดนมน้อยลงมาก ซึมผิดปกติ
  • ผิวหรือริมฝีปากเขียวคล้ำ
  • ไข้สูงเกิน 40°C หรือชัก
  • หายใจลำบาก ปีกจมูกบาน
  • ไม่สบตา ไม่ตอบสนองต่อเสียง
  • พัฒนาการถดถอย เช่น พูดได้แล้วแต่หยุดพูด

เคล็ดลับใช้สิทธิสาธารณสุขให้เต็มที่

  1. ทำบัตรประชาชนให้เด็ก โดยเร็วที่สุด เพื่อลงทะเบียนสิทธิสุขภาพ
  2. ไปตามนัด WCC ทุกครั้ง แม้ลูกจะดูสุขภาพดี การตรวจพัฒนาการสม่ำเสมอช่วยจับปัญหาได้เร็ว
  3. เก็บสมุดสุขภาพแม่และเด็ก ไว้อย่างดี บันทึกวัคซีนทุกเข็มและน้ำหนัก/ส่วนสูง
  4. ติดตั้งแอป NHSO เพื่อตรวจสอบสิทธิและค้นหาโรงพยาบาลใกล้บ้าน
  5. สอบถาม อสม. ในชุมชน สำหรับความช่วยเหลือเบื้องต้นและการส่งต่อ

อ่านเพิ่มเติม: สิทธิเด็กและกฎหมายคุ้มครองเด็ก พ่อแม่ควรรู้อะไรบ้าง

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของ NTK GoodHealth ฟรี ที่ Tel. 082-791-6559 091-710-5596 และ LINE. @ntkgood

แหล่งอ้างอิง
  1. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ปี 2566ddc.moph.go.th
  2. สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย. ตารางการให้วัคซีนในเด็กไทย 2566-2567pidst.or.th
  3. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.). 4 สิทธิประโยชน์ใหม่ดูแลเด็กแรกเกิด ปี 2567nhso.go.th
  4. กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการตรวจราชการ ประเด็นสุขภาพเด็กปฐมวัย ปี 2567 — กรมอนามัย
  5. สถาบันสุขภาพเด็กมหาราชินี. บริการคลินิกเฉพาะทางHealthServ.net
  6. กรมสุขภาพจิต. โครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ระยะที่ 2rajanukul.go.th
  7. Thai PBS. 30 บาท รักษาทุกที่ ครอบคลุมทั่วประเทศ ปี 2568thaipbs.or.th

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ไม่จำเป็น เด็กที่มีสัญชาติไทยจะได้รับสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) โดยอัตโนมัติ แต่ต้องแจ้งเกิดและทำบัตรประชาชนให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นสามารถลงทะเบียนเลือกโรงพยาบาลประจำได้ที่ สปสช. หรือสถานพยาบาลใกล้บ้าน หากมีข้อสงสัยโทรสอบถาม สายด่วน 1330

WCC คือบริการ เชิงป้องกัน สำหรับเด็กที่สุขภาพดี มุ่งตรวจพัฒนาการ วัดน้ำหนัก-ส่วนสูง ฉีดวัคซีน และให้คำแนะนำการเลี้ยงดู ขณะที่ห้องฉุกเฉินดูแลเด็กที่เจ็บป่วยเฉียบพลัน ควรพาลูกไป WCC ตามนัดสม่ำเสมอแม้ลูกจะดูสบายดี เพราะปัญหาพัฒนาการหลายอย่างตรวจพบได้ก่อนที่จะมีอาการชัดเจน

วัคซีนพื้นฐานตามแผนงานกระทรวงสาธารณสุขครอบคลุมถึง 11 โรค ได้แก่ วัณโรค ตับอักเสบบี คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน โปลิโอ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรต้า หัด หัดเยอรมัน คางทูม ไข้หวัดใหญ่ และไข้สมองอักเสบเจอี ทั้งหมดนี้ ฟรีสำหรับผู้ถือสิทธิบัตรทอง โดยฉีดที่โรงพยาบาลรัฐหรือสถานีอนามัยใกล้บ้าน

ได้ เด็กที่ตรวจพบพัฒนาการล่าช้าจาก WCC จะได้รับการส่งต่อไปยัง คลินิกพัฒนาการและพฤติกรรม ซึ่งครอบคลุมภายใต้สิทธิบัตรทอง รวมถึงการบำบัดการพูด (Speech Therapy) กายภาพบำบัด และกิจกรรมบำบัด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม อาจมีคิวรอในโรงพยาบาลรัฐ หากต้องการเร่งด่วนสามารถศึกษาตัวเลือกศูนย์พัฒนาการเด็กเอกชนได้

อ่านเพิ่มเติม: การหาพี่เลี้ยงเด็กที่มีคุณภาพ สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

กรณีที่พ่อแม่มีสิทธิประกันสังคม เด็กอาจได้รับสิทธิผ่านบัตรทองแทน ส่วนเด็กที่มีปัญหาสัญชาติหรือไม่มีทะเบียนบ้าน ยังสามารถเข้ารับบริการฉีดวัคซีนและรักษาฉุกเฉินได้ที่โรงพยาบาลรัฐ โดยมีกองทุนช่วยเหลือเด็กไร้สิทธิภายใต้นโยบายของกระทรวงสาธารณสุข สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สปสช. 1330

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
ntkgoodhealth-QR