คู่มือการหาพี่เลี้ยงเด็ก ตรวจประวัติ สัมภาษณ์ และจ้างอย่างไรให้ลูกปลอดภัย | NTKGoodHealth
สำหรับพ่อแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน การหาพี่เลี้ยงเด็กที่มีคุณภาพสักคนมาช่วยดูแลลูกน้อยไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจได้ง่าย ๆ เพราะคนที่เราจะมอบความไว้วางใจให้ดูแลลูกตลอดทั้งวันนั้น ต้องมีทั้งความรัก ความอดทน ความรู้ด้านพัฒนาการเด็ก และที่สำคัญที่สุดคือ “ความปลอดภัย” ที่ตรวจสอบได้จริง บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ สิทธิประโยชน์และบริการสำหรับเด็กเล็ก ที่จะพาคุณไปดูทุกขั้นตอนของการเลือก ตรวจสอบ และจ้างพี่เลี้ยงเด็กอย่างมีหลักการ พร้อมข้อมูลกฎหมายและแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้จริง
ทำไม "พี่เลี้ยงเด็กที่มีคุณภาพ" ถึงสำคัญกว่าที่คิด
ช่วงปิดเทอมหรือวันธรรมดาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องออกไปทำงาน การฝากลูกไว้กับพี่เลี้ยงเด็กถือเป็นทางเลือกที่ช่วยแบ่งเบาภาระได้มาก แต่สิ่งที่ตามมาคือคำถามที่พ่อแม่ทุกคนต้องเผชิญ คือเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพี่เลี้ยงที่เลือกมานั้นมีประวัติสะอาด มีความสามารถจริง และจะดูแลลูกของเราด้วยความใส่ใจเหมือนที่เราดูแลเอง
พี่เลี้ยงเด็กที่ดีไม่ได้มีหน้าที่แค่ “เฝ้า” ให้ลูกปลอดภัยจากอุบัติเหตุเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ และสังคมของเด็กในช่วงปีแรก ๆ ของชีวิตซึ่งเป็นช่วงเวลาทองของสมอง การเลือกพี่เลี้ยงผิดคนอาจส่งผลกระทบทั้งด้านความปลอดภัยและด้านจิตใจของลูกในระยะยาว ดังนั้นการลงทุนเวลาคัดเลือกอย่างรอบคอบจึงคุ้มค่าเสมอ
อ่านเพิ่มเติม: สิทธิประโยชน์และบริการสำหรับเด็กเล็ก (Child Rights & Services)
คุณสมบัติของพี่เลี้ยงเด็กที่ดี พ่อแม่ควรมองหาอะไรบ้าง
ก่อนจะไปถึงขั้นตอนการสัมภาษณ์ ลองตั้งเกณฑ์คุณสมบัติของพี่เลี้ยงเด็กที่ไว้ใจได้ไว้ก่อน เพื่อใช้คัดกรองผู้สมัครตั้งแต่ต้น
- มีประสบการณ์ตรงในการดูแลเด็ก โดยเฉพาะเด็กในช่วงอายุเดียวกับลูกของเรา และสามารถอธิบายตารางการดูแลเด็กในงานก่อนหน้าได้อย่างเป็นระบบ
- สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคติดต่อ เนื่องจากต้องสัมผัสใกล้ชิดกับเด็กตลอดเวลา ควรผ่านการตรวจสุขภาพพื้นฐานก่อนเริ่มงาน
- ผ่านการอบรมปฐมพยาบาลเบื้องต้นและ CPR เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น เด็กสำลัก มีไข้สูง หรือชัก
- มีความอดทนและอารมณ์มั่นคง สามารถจัดการอารมณ์ของตัวเองได้ดีแม้เด็กจะร้องโยเยหรืองอแง
- ตรวจสอบประวัติย้อนหลังได้ ทั้งประวัติการทำงานและประวัติอาชญากรรม ไม่ใช่แค่ “คนรู้จักแนะนำมา” เพียงอย่างเดียว
- สื่อสารตรงไปตรงมา ยอมรับและปฏิบัติตามกฎระเบียบของบ้านที่พ่อแม่กำหนดไว้
พี่เลี้ยงเด็กมีกี่แบบ และค่าจ้างปี 2569 อยู่ที่เท่าไหร่
- พี่เลี้ยงเด็กแบบอยู่ประจำ (Live-in): ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงประมาณ 15,000–35,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับว่ามีหน้าที่เสริมอย่างอื่นด้วยหรือไม่
- พี่เลี้ยงเด็กแบบไป-กลับ (Live-out): อยู่ในช่วงประมาณ 12,000–25,000 บาทต่อเดือน โดยมักคิดตามจำนวนชั่วโมงทำงานต่อวัน
- พี่เลี้ยงเด็กรายชั่วโมง/รายวัน: เหมาะสำหรับความต้องการเฉพาะกิจ เช่น ช่วงปิดเทอมหรือวันที่ต้องออกไปทำธุระ อัตราค่าจ้างมักอยู่ที่ประมาณ 100–200 บาทต่อชั่วโมง หรือ 600–1,000 บาทต่อวัน
ปัจจัยที่ทำให้ค่าจ้างสูงขึ้น ได้แก่ ประสบการณ์ที่ยาวนาน ทักษะภาษาต่างประเทศ การมีใบรับรองการอบรมด้านการดูแลเด็กโดยเฉพาะ และค่าครองชีพของพื้นที่ เช่น ในเขตกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่มักมีอัตราสูงกว่าพื้นที่อื่น สำหรับครอบครัวที่กำลังวางแผนงบประมาณดูแลลูกในช่วงขวบปีแรก แนะนำให้อ่านควบคู่กับบทความ เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด เพื่อดูว่ามีสวัสดิการรัฐใดที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้บ้าง
หาพี่เลี้ยงเด็กได้จากช่องทางไหนบ้าง
1. บริษัทจัดหาพี่เลี้ยงเด็ก (เอเจนซี่)
ข้อดีคือมีการคัดกรองเบื้องต้นมาให้แล้วและสามารถเปลี่ยนคนได้หากไม่เหมาะสม แต่สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ต้องตรวจสอบก่อนใช้บริการคือ บริษัทจัดหางานต้องมี ใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศ จากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน อย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถขอดูใบอนุญาตหรือสอบถามยืนยันกับสำนักงานจัดหางานในพื้นที่ได้ก่อนตัดสินใจทำสัญญา
2. คนรู้จักหรือญาติแนะนำ
เป็นช่องทางที่หลายครอบครัวไว้ใจ แต่ก็ไม่ควรข้ามขั้นตอนการตรวจสอบประวัติเพียงเพราะ “มีคนแนะนำมา” ควรปฏิบัติตามขั้นตอนคัดกรองเดียวกันกับผู้สมัครทั่วไปเสมอ
3. โรงเรียนหรือสถาบันฝึกอบรมพี่เลี้ยงเด็กโดยเฉพาะ
การเลือกพี่เลี้ยงที่ผ่านการอบรมจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับ เป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มาก เช่น
- หลักสูตร “อาชีพผู้ดูแลเด็ก” ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ TPQI ซึ่งเปิดอบรมออนไลน์ฟรีพร้อมระบบประเมินสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพ
- โครงการฝึกอบรมผู้ดูแลเด็กปฐมวัย 0-6 ปี ของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ซึ่งสอนทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ และวิชาการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (Basic Life Support) ที่ร่วมมือกับภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- โรงเรียนเอกชนที่เปิดสอนหลักสูตรผู้ดูแลเด็กและได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งสามารถนำใบประกาศนียบัตรไปใช้ประกอบการขอจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กได้ด้วย
4. บริการดูแลเด็กเล็กแบบมืออาชีพ
หากต้องการความสบายใจมากขึ้นโดยไม่ต้องจัดการขั้นตอนคัดกรองเองทั้งหมด ปัจจุบันมีผู้ให้บริการดูแลเด็กที่บ้านซึ่งจัดส่งพี่เลี้ยงที่ผ่านการคัดเลือกและอบรมมาให้โดยตรง เช่น บริการดูแลเด็กเล็กของ NTKGoodHealth ที่มีระบบติดตามงานและสามารถเปลี่ยนผู้ดูแลได้หากไม่ตรงตามความต้องการ
5 ขั้นตอนตรวจสอบประวัติพี่เลี้ยงเด็กอย่างละเอียด ก่อนรับเข้าทำงาน
- ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม สามารถยื่นตรวจสอบประวัติด้วยชื่อ-นามสกุลผ่านระบบออนไลน์ของกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เว็บไซต์ crd.go.th ได้โดยตรง ซึ่งเป็นช่องทางที่หน่วยงานราชการรับรองความถูกต้อง
- ตรวจสอบประวัติการทำงานกับนายจ้างเก่า ขอชื่อและเบอร์ติดต่อของนายจ้างเก่าอย่างน้อย 1-2 ราย แล้วโทรสอบถามจริง ไม่ใช่แค่ดูจากเอกสารอ้างอิงเพียงอย่างเดียว
- ตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน ปัจจุบันโรงพยาบาลหลายแห่งมีโปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับพี่เลี้ยงเด็กหรือแม่บ้านโดยเฉพาะ ครอบคลุมโรคติดต่อที่อาจแพร่สู่เด็กได้ เช่น วัณโรค ไวรัสตับอักเสบเอและบี
- ขอดูใบรับรองการอบรม เช่น วุฒิบัตรจาก TPQI ใบรับรองหลักสูตรปฐมพยาบาล/CPR จากสภากาชาดไทย หรือเอกสารฝึกอบรมจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ
- กำหนดช่วงทดลองงานและทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุหน้าที่ ค่าจ้าง วันหยุด และเงื่อนไขการสิ้นสุดการจ้างให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดในอนาคต
คำถามสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กที่ไม่ควรพลาด
การสัมภาษณ์คือโอกาสสำคัญในการสังเกตปฏิกิริยาและวิธีคิดของผู้สมัคร ลองใช้คำถามเหล่านี้เป็นแนวทาง
- ช่วยเล่าประสบการณ์การดูแลเด็กที่เคยทำมาให้ฟังหน่อยได้ไหม แต่ละเคสอยู่นานกี่ปี และทำไมถึงออกจากงานล่าสุด
- หากเด็กมีไข้สูงกลางดึกหรือสำลักอาหาร จะจัดการสถานการณ์นั้นอย่างไร
- ช่วยเล่าสถานการณ์ที่ยากที่สุดที่เคยเจอระหว่างดูแลเด็ก และผ่านมันมาได้อย่างไร
- หากลูกของเราทำผิดกฎที่บ้านตั้งไว้ พี่เลี้ยงจะมีวิธีรับมืออย่างไร
- มีวันหยุดหรือข้อจำกัดด้านเวลาทำงานที่ต้องการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าหรือไม่
คำตอบที่ได้จะช่วยสะท้อนทั้งความรู้ ความอดทน และความซื่อสัตย์ของผู้สมัครได้เป็นอย่างดี
สิทธิและกฎหมายที่พ่อแม่ต้องรู้เมื่อจ้างพี่เลี้ยงเด็ก
หลายครอบครัวอาจไม่ทราบว่าการจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาทำงานในบ้านนั้น มีกฎหมายคุ้มครองแรงงานในงานบ้านโดยเฉพาะ คือ กฎกระทรวง ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2555) ออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งให้สิทธิแก่ลูกจ้างทำงานบ้าน (รวมถึงพี่เลี้ยงเด็กที่จ้างเข้ามาดูแลในครัวเรือนโดยตรง) ดังนี้
- มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำสัปดาห์อย่างน้อย 1 วัน
- มีสิทธิได้รับวันหยุดตามประเพณีไม่น้อยกว่า 13 วันต่อปีโดยได้รับค่าจ้าง
- หากทำงานครบ 1 ปี มีสิทธิได้รับวันหยุดพักผ่อนประจำปี 6 วันทำงานโดยได้รับค่าจ้าง
- มีสิทธิลาป่วยโดยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวนสูงสุด 30 วันทำงานต่อปี
- ห้ามจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีทำงานบ้าน และมีมาตรการคุ้มครองพิเศษสำหรับลูกจ้างที่อายุต่ำกว่า 18 ปี
- ได้รับความคุ้มครองจากการล่วงละเมิดทางเพศและต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติทางเพศ
ทั้งนี้ พี่เลี้ยงเด็กยังไม่ได้รับความคุ้มครองในเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ ค่าล่วงเวลา และการประกันสังคมแบบบังคับเช่นแรงงานในภาคธุรกิจทั่วไป อัตราค่าจ้างจึงขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างนายจ้างกับพี่เลี้ยงเป็นหลัก การเข้าใจสิทธิเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง แต่ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานที่เป็นธรรมและยั่งยืน ซึ่งส่งผลดีต่อความปลอดภัยของลูกในระยะยาวด้วย หากต้องการทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายคุ้มครองเด็กในประเทศไทยเพิ่มเติม สามารถอ่านต่อได้ที่บทความ สิทธิเด็กและกฎหมายคุ้มครอง
สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม
แม้จะคัดกรองมาอย่างดีแล้ว พ่อแม่ก็ควรสังเกตพฤติกรรมของลูกและพี่เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง สัญญาณที่ควรระวัง เช่น ลูกแสดงท่าทีหวาดกลัวหรือต่อต้านเมื่อต้องอยู่กับพี่เลี้ยงคนนั้น มีรอยฟกช้ำหรือบาดแผลที่อธิบายไม่ได้ พี่เลี้ยงหลีกเลี่ยงการตอบคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างวัน หรือพฤติกรรมของลูกเปลี่ยนไปอย่างผิดปกติโดยไม่มีสาเหตุ
หากสงสัยว่าลูกอาจไม่ปลอดภัยหรือถูกกระทำรุนแรงในรูปแบบใดก็ตาม สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน 1300 ศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยประสานการคุ้มครองเด็กได้อย่างทันท่วงที
เคล็ดลับสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพี่เลี้ยงกับครอบครัว
เมื่อเลือกพี่เลี้ยงเด็กได้แล้ว การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีก็สำคัญไม่แพ้การคัดเลือก
- เขียนกฎระเบียบและตารางกิจวัตรของลูกให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่วันแรก
- พูดคุยสรุปเหตุการณ์ในแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสื่อสารตรงกัน
- หากติดตั้งกล้องวงจรปิดในบ้าน ควรแจ้งให้พี่เลี้ยงทราบอย่างเปิดเผยตั้งแต่ต้น เพื่อความโปร่งใสและความไว้วางใจระหว่างกัน ไม่ใช่การสอดแนมแบบปกปิด
- ปฏิบัติต่อพี่เลี้ยงด้วยความเป็นธรรมตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด เพราะความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงานมักส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการดูแลลูก
พี่เลี้ยงเด็กที่บ้าน หรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก/โรงเรียนอนุบาล แบบไหนเหมาะกับครอบครัวคุณ
พี่เลี้ยงเด็กที่บ้านเหมาะกับครอบครัวที่ต้องการความยืดหยุ่นด้านเวลา ต้องการให้ลูกได้รับการดูแลแบบตัวต่อตัวในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย และเหมาะกับเด็กเล็กมากที่ยังต้องการการดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษ ในขณะที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหรือโรงเรียนอนุบาลจะเหมาะกับเด็กที่เริ่มโตพอจะเข้าสังคม เพราะมีกิจกรรมกลุ่ม หลักสูตรการเรียนรู้ที่เป็นระบบ และมักมีค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ได้ง่ายกว่า บางครอบครัวเลือกใช้ทั้งสองรูปแบบควบคู่กัน เช่น ใช้พี่เลี้ยงรับ-ส่งและดูแลนอกเวลาเรียน หากกำลังชั่งใจระหว่างสองตัวเลือกนี้ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล
นอกจากนี้ ไม่ว่าจะเลือกดูแลลูกแบบไหน การพาลูกไปรับวัคซีนและตรวจพัฒนาการตามช่วงวัยอย่างต่อเนื่องก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่กันเสมอ ดูรายละเอียดสิทธิการตรวจสุขภาพเด็กเล็กที่ใช้ได้ฟรีหรือมีค่าใช้จ่ายต่ำได้ที่บทความ บริการสาธารณสุขสำหรับเด็กเล็ก
การหาพี่เลี้ยงเด็กที่มีคุณภาพไม่มีทางลัด แต่มีหลักการที่ทำตามได้จริง ตั้งแต่การตั้งเกณฑ์คุณสมบัติ การตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและสุขภาพ การสัมภาษณ์อย่างรอบคอบ ไปจนถึงการทำความเข้าใจสิทธิตามกฎหมายของทั้งสองฝ่าย เมื่อทำครบทุกขั้นตอนแล้ว สิ่งที่พ่อแม่จะได้กลับมาไม่ใช่แค่ความสบายใจ แต่คือสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและอบอุ่นให้ลูกได้เติบโตอย่างมีคุณภาพในทุกวัน
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของ NTK GoodHealth ฟรี ที่ Tel. 082-791-6559 / 091-710-5596 และ LINE. @ntkgood
แหล่งอ้างอิง
- กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ – ระบบตรวจสอบประวัติอาชญากรรมออนไลน์ (crd.go.th)
- กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน – ขั้นตอนขอรับใบอนุญาตจัดหางานในประเทศ (info.go.th)
- สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) – หลักสูตรอาชีพผู้ดูแลเด็ก ชั้น 1 (e-training.tpqi.go.th)
- มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย – โครงการฝึกอบรมผู้ดูแลเด็กปฐมวัย 0–6 ปี (trcch.redcross.or.th)
- องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) – สรุปกฎกระทรวงฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2555) ว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานทำงานบ้านในประเทศไทย (ilo.org)
- ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (1300thailand.m-society.go.th)
FAQ คำถามที่พบบ่อย
1. พี่เลี้ยงเด็กที่ดีต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?
ควรมีประสบการณ์ตรงในการดูแลเด็ก สุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคติดต่อ ผ่านการอบรมปฐมพยาบาลและ CPR มีความอดทนสูง และที่สำคัญคือมีประวัติที่ตรวจสอบได้ทั้งประวัติการทำงานและประวัติอาชญากรรม
2. ค่าจ้างพี่เลี้ยงเด็กในปี 2569 ควรอยู่ที่เท่าไหร่?
ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจ้าง โดยพี่เลี้ยงแบบอยู่ประจำมักอยู่ที่ประมาณ 15,000–35,000 บาทต่อเดือน แบบไป-กลับอยู่ที่ประมาณ 12,000–25,000 บาทต่อเดือน และแบบรายชั่วโมงอยู่ที่ประมาณ 150–200 บาทต่อชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ทักษะ และพื้นที่ที่อยู่อาศัยด้วย
3. ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของพี่เลี้ยงเด็กได้ที่ไหน?
สามารถยื่นตรวจสอบประวัติด้วยชื่อ-นามสกุลผ่านระบบออนไลน์ของกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ที่เว็บไซต์ crd.go.th ซึ่งเป็นช่องทางที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานราชการโดยตรง
4. จ้างพี่เลี้ยงเด็กผ่านเอเจนซี่ปลอดภัยไหม ต้องตรวจสอบอะไรก่อน?
ควรตรวจสอบว่าบริษัทจัดหางานมีใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศจากกรมการจัดหางานอย่างถูกต้อง และสามารถยืนยันสถานะใบอนุญาตได้กับสำนักงานจัดหางานในพื้นที่ก่อนทำสัญญาว่าจ้างทุกครั้ง
5. หากสงสัยว่าพี่เลี้ยงทำร้ายลูก ต้องทำอย่างไร?
ให้สังเกตสัญญาณผิดปกติของลูกอย่างใกล้ชิด และสามารถแจ้งเหตุได้ทันทีที่สายด่วน 1300 ศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยตรวจสอบและคุ้มครองเด็กได้อย่างรวดเร็ว